ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


History

ประวัติสมเด็จพระสันตะปาปา
ในพระศาสนจักรคาทอลิก


สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14  


ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา


ชีวประวัติพระสังฆราช
 


ประวัติพระสงฆ์คณะมิสซัง
ต่างประเทศแห่งกรุงปารีส

 MEP. มีชีวิตอยู่
MEP. มรณะ


ลิงค์คาทอลิก

วันนี้ในอดีต

30 พฤษภาคม พ.ศ.2484 : รัชกาลที่ 7 เสด็จสวรรคตด้วยโรคพระหทัยวาย
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จสวรรคตด้วยโรคพระหทัยวาย ณ ประเทศอังกฤษ ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2436 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 76 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระนามเดิมคือ สมเด็จเจ้าฟ้าชายประชาธิปกศักดิ์เดชน์ฯ ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการทหารปืนใหญ่ม้า จากโรงเรียนนายร้อยเมืองลูวิช ประเทศอังกฤษ จากนั้นได้เสด็จนิวัติประเทศไทยในปี 2457 ทรงเข้ารับราชการทหารบกมาตั้งแต่ต้น ทรงอุปสมบทเมื่อปี 2460 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ปีต่อมาได้อภิเษกสมรสกับ หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2468 พระองค์ก็ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบต่อ ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญได้แก่ ทรงฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมชั้นสูงของชาติ โดยทรงก่อตั้งกรมมหรสพ และทรงอุปถัมภ์ศิลปินโขนผู้มีฝีมือ ทรงส่งเสริมการศึกษาของชาติ โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอพระสมุดสำหรับพระนคร ทรงตั้ง ราชบัณฑิตยสภา ด้านเศรษฐกิจ ทรงแก้ปัญหาเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ทรงตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นของราชการ ทรงยุบหน่วยราชการและลดจำนวนข้าราชการบางหน่วยที่พอจะยุบได้ ทรงเสียสละตัดทอนรายจ่ายส่วนพระองค์ โดยมิได้ขึ้นภาษีให้ราษฎรเดือดร้อน เพื่อแก้ไขการงบประมาณของประเทศให้สมดุลย์ ในระหว่างที่เสด็จไปประทับที่สวนไกลกังวล อ. หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ ในตอนเช้ามืดของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎร์ ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองและจับตัวพระบรมวงศ์และข้าราชการชั้นสูงไว้เป็นตัวประกัน จากนั้นได้มีหนังสือไปกราบบังคมทูลเชิญเสด็จกลับพระนคร เป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระองค์ได้เสด็จกลับพระนครและพระราชทาน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ได้ทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2478 ระหว่างที่ทรงประทับอยู่ที่ประเทศอังกฤษ รวมเวลาครองราชย์ 9 ปี และเสด็จสวรรคตด้วยโรคพระหทัยพิการ รวมพระชนมายุ 48 พรรษาในปี 2491 รัฐบาลได้อัญเชิญพระบรมอัฐิของพระองค์กลับประเทศไทย

30 พฤษภาคม พ.ศ.2457 : รัชกาลที่ 6 เสด็จฯ เปิด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จฯ เปิดโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระราชดำริของรัชกาลที่ 6 โดยหลังจากที่รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง สภาอุณาโลมแดง (ต่อมาเปลี่ยนเป็น "สภากาชาดไทย”) ขึ้นในวันที่ 26 เมษายน 2436 โดยรับการรักษาพยาบาลผู้เจ็บไข้ได้ป่วย ตามมติของนานาชาติที่เจริญแล้ว แต่การสภากาชาดไทยยังไม่แล้วเสร็จบริบูรณ์ ถ้าจะบริจาคทรัพย์สร้างโรงพยาบาลสภากาชาดขึ้น ก็จะเป็นพระกุศล อันประกอบด้วยถาวรประโยชน์ตามพระราชประสงค์แห่งองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ และเป็นเกียรติแก่ราชอาณาจักร โดยทรงพระดำริเห็นพ้องกันกับบรรดาพระราชโอรส พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงบริจาคทรัพย์รวมกัน สมทบกับทุนของสภากาชาด สร้างโรงพยาบาลขึ้นและพระราชทานนามตามพระปรมาภิไธย สมเด็จพระบรมชนกนาถว่า "โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์" ปัจจุบันถือเป็นหน่วยงานในสังกัดสภากาชาดไทย โดยดำเนินงานร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

30 พฤษภาคม พ.ศ.1974 : โยน ออฟ อาร์ก ถูกตัดสินประหารชีวิต
โยน ออฟ อาร์ก (Joan of Arc) วีรสตรีผู้กอบกู้ประเทศฝรั่งเศสในช่วงสงครามร้อยปีกับอังกฤษ (Hundred Years’ War) ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยการเผาทั้งเป็น ขณะอายุเพียง 19 ปี หลังจากที่เธอถูกกองทัพอังกฤษจับตัวได้ จอห์น ออฟ แลนแคสเตอร์ (John of Lancaster, 1st Duke of Bedford) ได้กล่าวหาว่าเธอเป็นพวกนอกรีตและเป็นแม่มด ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 1972 โจนได้นำกำลังฝรั่งเศสตอบโต้กองทัพอังกฤษ ปลดปล่อยเมือง ออร์เลอ็องส์ (Orleans) จนได้ชัยชนะในที่สุด โจนเป็นคนเคร่งศาสนา มักไปสวดมนต์ที่โบสถ์เป็นประจำ ในช่วงสงครามร้อยปี (พ.ศ. 1880-1996) ซึ่งอังกฤษได้ยึดครองฝรั่งเศส วันหนึ่งโจนในวัย 17 ปีได้ยินเสียงจากพระเจ้าสั่งให้เธอเป็นผู้ปลดปล่อยฝรั่งเศส เธอจึงได้นำทัพฝรั่งเศสออกรบกับกองทัพอังกฤษที่เข้ามารุกรานจนได้ชัยชนะในที่สุด 24 ปีหลังจากที่เธอถูกประหารชีวิต พระสันตปาปา แคลลิกตัสที่ 3 (Pope Callixtus III) ได้นำคดีของเธอขึ้นมาไต่สวนอีกครั้งและสรุปว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ จากนั้นได้ประกาศให้การตัดสินลงโทษเธอเป็นโมฆะ และในปี 2463 พระสันตะปาปาเบเนดิกที่ 15 (Pope Benedict XV) ได้แต่งตั้งเธอเป็นนักบุญโจนออฟอาร์ค (Saint Joan of Arc) ทุกวันนี้ นักบุญโจนได้รับการยกย่องให้เป็นวีรสตรีผู้ปลดปล่อยฝรั่งเศส และผู้มีศรัทธาอย่างมั่นคงต่อพระเจ้า