ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


History

ประวัติสมเด็จพระสันตะปาปา
ในพระศาสนจักรคาทอลิก


สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14  


ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา


ชีวประวัติพระสังฆราช
 


ประวัติพระสงฆ์คณะมิสซัง
ต่างประเทศแห่งกรุงปารีส

 MEP. มีชีวิตอยู่
MEP. มรณะ


ลิงค์คาทอลิก

History of the Church

ประวัติวัดในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ    

ตารางเวลามิสซาของวัด


ฉลองวัดบ้านเซเวียร์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม เวลา 10.00 น.
โดย คุณพ่ออาร์ตตูโร โซซา เป็นประธาน

 

วันนี้ในอดีต

24 กรกฎาคม พ.ศ.2508 : อาภัสรา หงสกุล ได้รับเลือกเป็นนางงามจักรวาล
อาภัสรา หงสกุล (Apasra Hongsakula) นางสาวไทยคนที่ 14 ประจำปี 2507 ได้รับเลือกเป็น "นางงามจักรวาล” หรือ “Miss Universe" ในเวทีประกวดที่ชายหาดไมอามี มลรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา นับเป็นนางงามจักรวาลคนที่ 14 เป็นนางงามจักรวาลคนแรกของไทย และเป็นคนที่ 2 จากเอเชีย (หลังจาก อากิโกะ โคจิมะ นางงามจากประเทศญี่ปุ่นในปี 2502) ในขณะนั้นอาภัสรามีส่วนสูง 164 ซม. (5 ฟุต 7 นิ้ว) สัดส่วน 35-23-35 ซม. ในปีนั้นรองนางงามจัรวาลอันดับที่ 1 คือนางงามจากประเทสฟินแลนด์ รองฯ อันดับที่ 2 จากสหรัฐอเมริกาเจ้าบ้าน รองฯ อันดับที่ 3 จากประเทศสวีเดน และรองฯ อันดับที่ 4 จากประเทศฮอลแลนด์ ปัจจุบันอาภัสราทำธุรกิจด้านความงามที่กรุงเทพฯ


24 กรกฎาคม พ.ศ.2479 : เรือหลวงแม่กลองได้รับการทำพิธีวางกระดูกงู
เรือหลวงแม่กลอง ได้รับการทำพิธีวางกระดูกงูเมื่อเวลา 10.45 น. ณ อู่ต่อเรืออูรางา เมืองโยโกสุกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกองทัพเรือได้ว่าจ้างให้บริษัทมิตซุยบุชซันไกชาเป็นผู้ก่อสร้าง ปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2479 มีพิธีรับมอบเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2480 เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2480 กระทรวงกลาโหมได้จัดพิธีต้อนรับเจิมเรือ และขึ้นระวางประจำการเรือในวันนั้น และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “เรือหลวงแม่กลอง” ตามชื่อของแม่น้ำแม่กลอง ที่เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม เรือรบลำนี้มีระวางขับน้ำ 1,400 ตัน ยาว 85 เมตร กว้าง 10.5 เมตร กินน้ำลึก 3.7 เมตร ใช้เครื่องจักรไอน้ำ 2 เครื่อง มีกำลัง 2,500 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 17 นอต (ไมล์ทะเล/ชั่วโมง) สามารถปฏิบัติการได้ไกล 5,700 ไมล์ อาวุธประจำเรือมีปืนขนาด 120 มม. จำนวน 4 กระบอก ปืนกล 20 มม. 2 กระบอก ตอร์ปิโด 45 ซม. 2 แท่นๆ ละ 2 ท่อ เครื่องบินทะเล จำนวน 1 เครื่อง ทหารประจำเรือรวม 173 คน ประจำการรับใช้ประเทศชาติในการป้องกันอาณาเขตทางทะเลอย่างเข้มแข็งมาตลอด ทั้งยังเคยจัดถวายเป็นเรือพระที่นั่ง ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายครั้ง ปลดระวางประจำการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2538 ปีต่อมากองทัพเรือได้จัดสร้าง “พิพิธภัณฑ์เรือรบไทย” ขึ้นบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติปีกาญจนาภิเษก โดยกำหนดที่จะนำเรือหลวงแม่กลองมาอนุรักษ์ให้ประชาชาทั่วไปได้เข้าชม ปัจจุบันเรือหลวงแม่กลองเป็นเรือรบที่เก่าแก่ที่สุดของไทย และมีเก่าแก่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากเรือรบ GOANA JUATA ของประเทศเม็กซิโก

24 กรกฎาคม พ.ศ.2454 : ฮิแรม บิงแฮม นักโบราณคดีค้นพบ มาชู ปิกชู
ฮิแรม บิงแฮม (Hiram BingHam III) นักโบราณคดีชาวอเมริกัน ค้นพบ "มาชู ปิกชู" (Machu Picchu) นครโบราณของชาวอินคา (Inca) ที่หายสาบสูญไปนับศตวรรษ โบราณสถานแห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดีส ในระดับความสูง 2,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากเมืองคุสโซไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 70 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเปรู มีพื้นที่ประมาณ 325.95 ตารางเมตร มีการออกแบบภูมิทัศน์ และภูมิสถาปัตย์อย่างสวยงามและลงตัว มีสิ่งก่อสร้าง ปราสาท โบสถ์ วิหาร อ่างเก็บน้ำ ถนน และพื้นที่เพาะปลูก ลดหลั่นกันไปเป็นขั้นบันได แสดงให้เห็นความสามารถในเชิงช่างและสถาปัตยกรรมของชาวอินคาเมื่อหลายศตวรรษก่อนได้เป็นอย่างดี มาชู ปิกชูก่อสร้างในช่วงปี 1993 โดยชาวอินคา ชนเผ่าโบราณที่เคยก่อตั้ง จักรวรรดิอินคา (Inca Empire) ครองอำนาจคลอบคลุมดินแดนแถบอเมริกาใต้ เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดในช่วงศตวรรษที่ 15-16 ภายหลังได้ถูกกองทัพสเปนเข้ามารุกราน และยึดครองได้ มาชู ปิกชูจึงถูกทิ้งไว้นานกว่าศตวรรษ กลายเป็นนครสาบสูญ จนกระทั่งบิงแฮมมาค้นพบในปี 2454 อีกสองปีต่อมาสมาคมภูมิศาสตร์นานาชาติ (National Geographic Society) ได้มาสำรวจและนำเสนอในนิตยสาร "เนชันแนล จีโอกราฟิก" (National Geographic) นครที่สาบสูญแห่งนี้จึงเริ่มรู้จักในวงกว้าง ต่อมาปี 2491 บิงแฮมก็เขียนหนังสือชื่อ "Lost City of the Incas" กลายเป็นหนังสือขายดีทันทีที่วางแผง ปี 2526 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ก็ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่มรดกโลก ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2550 มาชู ปิกชูก็ได้รับการโหวดจากคนทั่วโลกให้เป็นหนึ่งใน "เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่" (New Seven Wonders of The World) ปัจจุบันมาชู ปิกชูเป็นโบราณสถานที่สำคัญและเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวของทวีปอเมริกาใต้ มีนักท่องเที่ยวกว่า 4 แสนคนต่อปี (สถิติในปี 2546)