องค์ที่ 16 สมเด็จพระสันตะปาปานักบุญกัลลิสตุส ที่ 1 St. Callistus I ค.ศ. 217-222

สมเด็จพระสันตะปาปานักบุญกัลลิสตุส ที่ 1

(St. Callistus I  ค.ศ. 217-222)
 
พระองค์เป็นชาวโรมโดยกําเนิดในย่านตราสเตเวเร เป็นบุตรของโดมิทิอุส เป็นทาสในเรือนเบี้ยของคาโปโฟรุส เมื่อครั้งเป็นหนุ่มได้ทํางานในธนาคารดูแลด้านการเงิน และทําให้สูญเสียเงินจํานวนมาก (จุดนี้นักบุญฮิปโปลิตุสซึ่งไม่ชอบกัลลิสตุสอยู่แล้ว จึงกล่าวหากัลลิสตุสเป็นผู้ยักยอกเงิน) พระองค์จึงต้องลี้ภัยแต่ถูกจับได้ที่ปอร์โต และถูกตัดสินให้ไปทํางานหนักที่โรงนวดข้าวซึ่งเป็นหน้าที่ของทาสทั่วไปเพื่อชดใช้หนี้ ภายหลังมีคนประกันตัวออกไป ต่อมาเกิดไปทะเลาะวิวาทกับคนที่โรงธรรมแห่งหนึ่ง สงสัยว่าคงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทวงหนี้ พระองค์ทรงถูกจับอีกครั้งและถูกส่งไปทํางานที่เหมืองแห่งหนึ่งที่ซาร์ดิเนีย จากนั้นมาเซียซึ่งเป็นคนใกล้ชิดกับจักรพรรดิได้ช่วยให้พระองค์พ้นจากการลงโทษดังกล่าว พระสันตะปาปาเซฟีรีนุสได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และได้แต่งตั้งพระองค์ให้เป็นสังฆานุกรและผู้ดูแลสุสานชาวคริสต์แห่งหนึ่ง (ภายหลังสุสานนี้มีชื่อว่าสุสานนักบุญกาลิสตุส) ที่ถนนอัปปีอา ตั้งแต่นั้นมาก็เป็นเพื่อนใกล้ชิดกับพระสันตะปาปาเอง และที่สุดได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระสันตะปาปาแทนพระสันตะปาปาเซฟีรีนุส ในปี ค.ศ. 217 อันเป็นเหตุให้ท่านฮิปโปลีตุสซึ่งเป็นหนึ่งในผู้น่าจะได้รับการแต่งตั้งไม่พอใจอย่างยิ่ง ท่านฮิปโปลีตุสได้คัดค้านการแต่งตั้งนี้หลายวิธี รวมทั้งเขียนจดหมายต่อต้าน กล่าวถึงภูมิหลังของกัลลิสตุส ซึ่งทําให้เราทราบในเวลาต่อมาด้วยว่า พระสันตะปาปากัลลิสตุสนั้นมีภูมิหลังอย่างไร เพราะความไม่พอใจจึงทําให้ท่านฮิปโปลีตุสและเพื่อนประกาศไม่ยอมรับพระสันตะปาปากัลลิสตุส โดยประกาศตั้งตนเป็นสันตะปาปาซ้อนอีกองค์จนเป็นเรื่องราวใหญ่โตในยุคปัจจุบันนี้เราอาจจะเห็นว่า เรื่องดังกล่าวไม่น่าเชื่อนัก  แต่จากหลักฐานการกล่าวหาต่าง ๆ ของท่านฮิปโปลีตุสนั้น เราพอจะสันนิษฐานได้ว่าการแต่งตั้งพระสันตะปาปาในยุคนั้น คงไม่ได้มีกฎเกณฑ์เคร่งครัดนัก และการเห็นแก่พรรคพวกก็คงจะมีเป็นเรื่องธรรมดา ข้อกล่าวหาของท่านฮิปโปลีตุส (ภายหลังได้เป็นนักบุญ) ต่อท่านกัลลิสตุสมีที่น่าสนใจดังนี้คือ อ่อนแอเกินไปที่จะประณามคําสอนผิดๆ ของเฮเรติก แม้ว่าท่านกัลลิสตุสจะได้ประณามหัวหน้าคือซาเบลิอุสแล้ว แต่ท่านฮิปโปลิตสรู้สึกว่าอ่อนไป และการให้อภัยแต่คนที่ทําบาปมหันต์, ฆาตกร, อนุญาตให้คนที่เคยแต่งงานหลายครั้งมาแล้วได้เป็นสงฆ์, อนุมัติ ให้หญิงที่เป็นไท แต่งงานกับทาสชาย และไม่ลงโทษพระสังฆราชที่ทําบาปหนักซึ่งกลับใจแล้วอย่าง เหมาะสม ฯลฯ จากข้อกล่าวหาต่างๆ เหล่านี้เมื่อเรามองด้วยสายตาเป็นธรรมก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร และสิ่งที่ท่านกัลลิสตุสทํานั้นก็ดูเหมือนจะเหมาะสมแล้ว นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่าพระสันตะปาปากัลลิสตุสถูกปลงพระชนม์เป็นมรณสักขีในเหตุการณ์จลาจลที่กรุงโรม