องค์ที่ 198 สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 6 (Pope Clement VI ค.ศ. 1342- 1352)

 

สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 6

(Pope Clement VI ค.ศ. 1342-1352)

พระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 6  เป็นพระสันตะปาปาแห่งอาวีญอง องค์ที่ 4 มีชื่อเดิมว่า ปิแอร์ โรแจร์ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1291 ที่ปราสาทโมม็องค์ และเข้าเรียนในอารามคณะเบเนดิกติน เมื่ออายุ 10 ขวบ หลังจากนั้นก็ได้บวชในคณะ และได้ศึกษาต่อจนได้รับปริญญาเอกที่ปารีส ในปี ค.ศ. 1326 ได้รับเลือกให้เป็นอธิการอารามและเป็นสังฆราชแห่งอาร์ราสในปี ค.ศ. 1329 ได้เป็นพระอัครสังฆราชแห่งซ็องส์ แล้วย้ายไปเป็นอัครสังฆราชแห่งลูแอ็งในปี ค.ศ. 1330  อีก 8 ปีต่อมาได้รับตำแหน่งพระคาร์ดินัลในปี ค.ศ. 1338 โดยพระสันตะปาปาเบเนดิก ที่ 12 และเมื่อพระสันตะปาปาเบเนดิกสิ้นพระชนม์แล้ว จึงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาสืบตำแหน่งต่อมา ในวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1342 ด้วยเสียงสนับสนุนมากมาย พระเจ้าฟิลิปเองได้ส่งพระราชโอรสเป็นผู้แทนมาแสดงความยินดีและพวกคาร์ดินัลที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เพราะเบื่อนโยบายล่าช้าของพระสันตะปาปาองค์ก่อน ก็แสดงความยินดี และหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้น ท่านปิแอร์ได้ใช้นามใหม่ว่า พระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 6
 
เมื่อรับการอภิเษกแล้วพระองค์ก็พยายามสร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาแสดงต่อเสียงเรียกร้องเหมือนกัน ใน ค.ศ. 1344 พระสันตะปาปาเคลมนต์ ที่ 6 ทรงสถาปนาพระศาสนจักรที่ปราค (Praque) โดยแต่งตั้งพระอัครสังฆราชอาร์โนส์ตแห่งปาร์ดูบีซีเป็นประมุขปกครององค์แรก และสร้างสัมพันธภาพระหว่างสำนักพระสันตะปาปากับโบฮีเมีย (Bohemia) (ปัจจุบันคือ เชคโกสโลวาเกีย) ค.ศ. 1346 ทรงสนับสนุนการเลือกตั้งพระเจ้าชาร์ลเป็นจักรพรรดิปกครองโรม พระองค์ได้ใช้ทรัพย์สินของสันตะสำนักซื้อเมืองอาวีญอง เป็นสมบัติของพระสันตะปาปาจากพระนางโจอันนาแห่งเนเปิล ด้วยเงินถึง แปดหมื่นเหรียญทองฟลอริน พระองค์ได้ขยายวังของพระสันตะปาปาและสั่งให้มีการจัดงานบันเทิงเสมอๆเปทราคเรียกพระสันตะปาปาเคลเมนต์ว่า “ท่านนิมร็อด” (เรียกแบบถากถางว่า เหมือนนักล่าสัตว์ที่แสวงหาความเพลิดเพลินอย่างเดียว นิมร็อดยังเป็นชื่อของบุตรชายของโนอาในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมด้วย)
 
ปัญหาสำคัญ 3 ประการในสมัยปกครองของพระองค์ ได้แก่ การทำสงครามครูเสด (สงครามศาสนา) กับพวกออตโตมานเติร์ก ทางตะวันออกของเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งทรงให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก การล้มละลายของธนาคารในฟลอเรนซ์ และความขัดแย้งเกี่ยวกับรัฐโรแมคนา (Romagna) และรัญมาร์เชส (Marches) ในความปกครองของพระสันตะปาปาซึ่งถูกครอบครองโดยตระกูลขุนนางชาวอิตาเลียน พระองค์ทรงใส่ใจกับความเป็นอยู่ของคนอื่นๆ ดังจะเห็นได้จากตอนที่เกิดโรคระบาดขึ้นในปี ค.ศ. 1348 พระองค์ได้ช่วยเหลือประชาชนด้วยความเมตตา โรคระบาดนี้ทำให้คนตายเป็นหมื่นพระคาร์ดินัลเจ็ดองค์ถึงแก่มรณภาพ
 
พระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 3 ได้ใช้ทรัพย์สมบัติที่มีบรรเทาภัยพิบัติครั้งนี้ พระองค์ได้แสดงออกถึงความกล้าหาญในการเยียวยาและรักษาคนป่วย เรายังเห็นความกล้าหาญของพระองค์จัดการกับการจลาจลที่เกิดขึ้นเนื่องจากคำเล่าลือว่าพวกยิวได้ใส่ยาพิษลงในบ่อน้ำที่ชาวเมืองอาวีญองใช้ร่วมกัน ทำให้ชาวเมืองลุกฮือขึ้นทำร้ายคนยิว พระองค์ได้จัดการปัญหานี้อย่างเข้มแข็งนำสันติกลับมาสู่เมือง ทรงใช้ทรัพย์สินของสันตะสำนักช่วยเหลือคนยากจนที่โรมและได้ส่งโคลา ดิ ริเอนโซ ไปช่วยขจัดความยุ่งเหยิงต่างๆในโรมให้เรียบร้อย พระองค์ได้พยายามรวบรวมกองกำลังเข้าจัดการกับพวกเติร์กที่บุกรุกอิตาลี (แต่ไม่ค่อยได้ผลเท่าไร)
 
สรุปแล้ว พระองค์ทรงเป็นที่ชื่นชอบของคนมากมาย
 
สมัยปกรองของพระองค์ตอนเกิดโรคระบาดอย่างรุนแรงระหว่าง ค.ศ. 1348-50 ซึ่งเรียกเหตุการณ์ “Black Death” คณะผู้ร่วมงานของพระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 6 ที่อาวีญองเสียชีวิตจำนวนถึงหนึ่งในสี่ของพนักงานทั้งหมด พระองค์ทรงต้อนรับชาวยิวเข้ามายังเมืองอาวีญองด้วยความยินดี แม้ประชาชนกล่าวกันว่าชาวยิวเหล่านั้นเป็นพาหะนำโรคระบาดเข้ามา
 
พระสันตะปาปาเคลเมนต์ ที่ 6 สิ้นพระชนม์ วันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 1352 หลังจากที่ล้มป่วยลงไม่นาน คนที่ติดใจแค้นพระองค์ก็ยังมีอยู่ใน ปี ค.ศ. 1562 หลุมศพของพระองค์ที่ลาแชส ดิเออ ถูกคนร้ายบุกรุกและขุดเอาพระศพขึ้นมาเผื่อล้างรอยแค้นที่มี คนร้ายกลุ่มนี้นำโดยฮูเกอโนร์