องค์ที่ 208 สมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัส ที่ 5 (Pope Nicholas V ค.ศ. 1447-1455)

สมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 5
 
(Pope Nicholas V ค.ศ. 1447-1455)
 
พระองค์มีพระนามเดิมว่า โตมมาโซ ปาเร็นตูเชลลี เกิดที่หมู่บ้านซาร์เซนา อิตาลี ในวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1397 บิดาเป็นหมอประจำหมู่บ้าน ได้รับการศึกษาขั้นสูงที่โบโลญา และได้หยุดพักการเรียน 2 ปี เพราะเงินทุนหมด จึงยึดอาชีพเป็นครูสอนพิเศษแก่บุตรหลานของผู้มีฐานะดีในเมืองฟลอเรนซ์ จากนั้นจึงกลับไปศึกษาต่อจนสำเร็จขณะอายุได้ 22 ปี ท่านเป็นผู้ช่วยที่พระสังฆราชนิคโคลีแห่งโบโลญาไว้วางใจมาก และได้เดินทางไปโรมในปี ค.ศ. 1426 จากนั้นก็ได้รับใหม่ในสันตะสำนัก พระสันตะปาปาเอวเยนที่ 4 ได้แต่งตั้งท่านให้เป็นผู้แทนพระสันตะปาปา และจากนั้นก็เป็นพระคาร์ดินัล ในปี ค.ศ. 1446 ได้เป็นพระสังฆราชแห่งโบโลญา ในปีต่อมา แต่ยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เนื่องจากปัญหาการก่อความวุ่นวายของชาวเมืองต่อพระสันตะปาปา เมื่อพระสันตะปาปาเอวเยน ที่ 4 ได้สิ้นพระชนม์แล้ว  ที่ประชุมพระคาร์ดินัลได้เลือกท่านให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาสืบต่อมาใช้นามว่า  พระสันตะปาปานิโคลัส ที่ 5
 
เนื่องจากพระองค์เป็นผู้ที่รักการอ่าน และเป็นนักการศึกษา จึงชอบคบหาสมาคมกับบรรดาผู้ทรงคุณวุฒิและนักปรัชญาทั้งหลายมากกว่า สมัยของพระองค์จึงเรียกได้ว่าเป็นยุคเริ่มต้นสมัยฟื้นฟูในพระศาสนจักรก็ว่าได้ ได้ตั้ง “หอสมุดวาติกัน” ขึ้นสร้างสะพาน ซ่อมแซมวัดวาอารามที่ทรุดโทรม พระองค์ได้สนับสนุนนักเขียน จิตรกร เป็นต้น ฟราอันเจลิโคผู้มีชื่อเสียง พระองค์ได้ชื่อว่าเป็นพระสันตะปาปาผู้ถ่อมพระองค์ ทรงเรียกพระองค์เองว่า “ข้าพเจ้าเป็นเพียงสงฆ์ผู้สั่นกระดิ่งเท่านั้นเอง”
 
พระสันตะปาปานิโคลัส ที่ 5 ทรงเป็นผู้มีความสุภาพถ่อมตน ทรงใช้นโยบายผ่อนปรนที่แยบยลมากกว่าการใช้กำลังบังคับ ทรงสนับสนุนงานศิลปะและวรรณคดี สมัยของพระองค์ได้มาถึงความรุ่งเรืองที่น่าพอใจในหลายๆด้าน ทรงวางโครงการสร้างอาคารทางสถาปัตยกรรมหลายแห่ง รวมทั้งพระมหาวิหารนักบุญเปโตร ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์จิตรกร  และนักวิชาการหลายท่าน แม้ว่าการปฏิรูปจะทำไม่ได้เต็มที่ก็ตาม แต่ใช้เป็นแนวทางการปฏิรูปในศตวรรษที่ 16 พระองค์ได้ทำให้ความแตกแยกภายในพระศาสนจักรสิ้นสุดอย่างแท้จริง โดยพระสันตะปาปาซ้อนที่ชื่อ พระสันตะปาปาเฟลิกซ์ ที่ 5 ได้ยอมลาออกจากตำแหน่งในปี ค.ศ. 1449 ใน ค.ศ. 1450 พระองค์ทรงประกาศเปิดปีปีติมาหาการุญ กระตุ้นให้มีการบริจาคเพื่อช่วยเหลือคนยากจนและเป็นการสร้างชื่อเสียงแก่สถาบันพระสันตะปาปา มีผู้แสวงบุญเดินทางไปยังกรุงโรมจำนวนมาก แม้จะเกิดโรคระบาดในเวลาต่อมาก็ตาม  ในปี ค.ศ. 1452 พระสันตะปาปานิโคลัส ที่ 5 ได้สวมมงกุฎแก่พระเจ้าเฟรดิก ที่ 3 ให้เป็นจักรวรรดิแห่งอาณาจักรโรมอันศักดิ์สิทธิ์ (เป็นจักรวรรดิองค์สุดท้ายที่ได้รับการสวมมงกุฎที่โรม)
 
ในปลายสมัยปกครองของพระสันตะปาปานิโคลัส ที่ 5 เกิดปัญหาที่ทำให้พระศาสนจักรด่างพร้อย คือ ความพยายามลอบปลงพระชนม์พระสันตะปาปาในปีค.ศ.1453 ซึ่งนำนโยบายสเตฟาโน ปอร์คาโร เขาผู้นี้หัวรุนแรงอยากเปลี่ยนแปลงโรมให้เป็นสาธารณรัฐ พระสันตะปาปาสามารถเอาตัวรอดได้ แต่ชาวเมืองก็เริ่มไม่ชอบพระองค์มากขึ้น
 
ปัญหาที่สองที่ร้ายแรง คือ กรุงคอนสแตนติโนเปิลถูกยึดโดยพวกออตโตมันเติร์ก ในวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1453 อันเป็นการสิ้นสุดอาณาจักรไบเซนไทน์ และเป็นการปิดกั้นการรวมพระศาสนจักรตะวันตกและตะวันออกด้วย พระสันตะปาปานิโคลัส ที่ 5 ต้องเผชิญกับความหนักใจ คิดมาก ผิดหลังและปัญหาโรคไขข้ออักเสบที่ทำให้พระองค์ปวดอย่างทรมานอยู่บ่อยๆ
 
ที่สุดพระองค์ก็ได้สิ้นพระชนม์ ในวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1455 เป็นการสิ้นสุดความหวังที่จะมีการรวมกำลังของเหล่าคริสตชนไปทำการกอบกู้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์คืนมา (สงครามครูเสด) จากพวกเติร์กด้วย