วัดนักบุญอันเดร (บางภาษี)

 
 
วัดนักบุญอันเดร บางภาษี  
 
ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 3  ตำบลบางภาษี  
อำเภอบางเลน   จังหวัดนครปฐม  73130
โทร. 0-3496-2228  FAX  0-3496-2229
 
ปี ค.ศ. 1929 เมื่อคุณพ่อริชารด์มอบวัดดอนกระเบื้อง บ้านโป่ง และบางตาล ให้พระสงฆ์    ซาเลเซียนดูแลแล้ว  ท่านก็มาอยู่ที่วัดหนองหิน คุณพ่อกิยูเจ้าอาวาสวัดกาลหว่าร์ซึ่งเคยเป็นเจ้าอาวาส  วัดนครชัยศรีมาก่อน ได้แจ้งให้คุณพ่อริชารด์ทราบว่า ในตลาดบางภาษีมีคริสตังอพยพมาจากนครชัยศรีมาทำมาหากินอยู่หลายครอบครัวและยังกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณใกล้ๆ กับบางภาษีอีกหลายครอบครัว คุณพ่อริชาร์ดจึงเดินทางไปเยี่ยมคริสตังเหล่านี้ ถึงแม้ว่าท่านจะอายุมากแล้วและทางคมนาคมในสมัยนั้นลำบากมากก็ตาม  ท่านก็ได้สัญญากับพวกเขาว่าจะกลับมาเยี่ยมอีก และเพื่อสำรวจครอบครัวคริสตัง ท่านก็กลับมาเยี่ยมพวกเขาบ่อยๆ ทุกเดือนๆ ละครั้ง ท่านได้โปรดศีลล้างบาป แก่เด็กๆ 10 คน ซึ่งเป็นลูกหลานของคริสตังที่นั่นเป็นครั้งแรกในเดือนเมษายน ค.ศ. 1929 โดยบันทึกในบัญชีศีลล้างบาปของวัดหนองหิน มีคนต่างศาสนาหลายคนมาสมัครเรียนคำสอน  ท่านได้พักที่บ้านของก๋งแดงในเวลาที่ท่านมาที่บางภาษี  และใช้ห้องหลังบ้านเป็นที่ทำมิสซาแปลคำสอน ซึ่งไม่สะดวกแก่ผู้ที่มาร่วมมิสซาและเรียนคำสอน จึงปรึกษากับคริสตังที่นั่นและได้ตัดสินใจสร้างวัดขึ้นหลังหนึ่ง ลงมือก่อสร้างในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1930 วัดนี้เป็นวัดไม้ หลังคามุงสังกะสียกพื้นสูง สร้างอยู่กลางทุ่งนา เสกในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ถวายแด่นักบุญอันเดร นับจากนั้นมาคุณพ่อริชารด์ ได้มาเยี่ยมเยือนคริสตังที่บางภาษี ทำมิสซาโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และแปลคำสอนให้เดือนละ 1-2 ครั้ง จนถึงปีค.ศ. 1935  เนื่องจากท่านชรามากแล้วทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก ท่านจึงฝากวัดบางภาษีให้อยู่ภายใต้ความดูแลของคุณพ่อปีโอ ถัง  เจ้าอาวาสวัดสองพี่น้อง
 
คุณพ่อปีโอเดินทางไป-กลับระหว่างสองพี่น้องและบางภาษีเพื่อเยี่อมเยือนสัตบุรุษและทำมิสซา ที่วัดบางภาษีเดือนละครั้ง ต่อมาได้มอบให้คุณพ่อวินแซนเต ปลัดของท่านมาดูแลแทน  คุณพ่อปีโอ ได้เป็นผู้จัดซื้อรูป 14 ภาคสำหรับวัดบางภาษี  จนถึงปี ค.ศ. 1937 คุณพ่อบอนิฟาส ได้รับแต่งตั้งให้มาเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้ติดต่อกับบราเดอร์ซึ่งเป็นอธิการโรงเรียนอัสสัมชัญ เพื่อขอไม้มาสร้างโรงเรียนและบ้านพักพระสงฆ์  ซึ่งท่านอธิการก็ยินดีให้ตามคำขอ มีคริสตังคนหนึ่งได้บริจาคที่นาซึ่งอยู่ติดกับวัดให้จำนวน 3 ไร่ คุณพ่อบอนิฟาส จึงให้ช่างก่อสร้างบ้านพักพระสงฆ์บนที่ดินผืนนั้น เนื่องจากที่ดินที่เขาบริจาคให้แก่วัดนั้นยังไม่ได้มีการโอนให้เรียบร้อย จึงเกิดความยุ่งยากต่อมาในภายหลัง
 
ปี ค.ศ. 1940 คุณพ่อหลุยส์ สง่า สังขรัตน์  เจ้าอาวาสวัดบางบัวทอง ได้รับหน้าที่ดูแลวัดบางภาษีด้วย  และส่งพ่อปลัดของท่านมาช่วยในบางเวลา
 
ปี ค.ศ. 1965 คุณพ่อโรเชอโร ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาส ท่านตั้งใจจะสร้างวัดและโรงเรียนใหม่  แต่เนื่องจากมีเหตุขัดแย้งในเรื่องที่ดินของวัดหลังเก่าอยู่ท่านจึงซื้อที่ดินใหม่จำนวน 19 ไร่  และรื้อวัดเก่ามาสร้างวัดใหม่ในที่ดินที่ซื้อในปี ค.ศ. 1969  เมื่อสร้างวัดและโรงเรียนใหม่เสร็จแล้ว โรงเรียนใหม่ยังไม่ทันเปิด ท่านก็เกิดล้มป่วยและสิ้นใจต้นปี ค.ศ. 1971  โรงเรียนนี้ได้ถูกปิดร้างถึง 15 ปี
 
ปี ค.ศ. 1971 คุณพ่อบรรจบ โสภณ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส คุณพ่อได้ปรับปรุงอาคารเรียนและขออนุญาตเปิดโรงเรียนอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับอนุญาตในวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1984 วัดบางภาษีอยู่ภายใต้การปกครองดูแลของเจ้าอาวาสวัดบางบัวทองมาตลอด ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1940  จนถึงปี ค.ศ. 1989  วัดบางภาษีไม่ต้องขึ้นกับวัดบางบัวทองอีกต่อไปแล้ว พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู ได้ประกาศแต่งตั้งให้คุณพ่ออติญาณ พงษ์หว่าน มาเป็นเจ้าอาวาสวัดบางภาษีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989
 
ปี ค.ศ. 1989  คุณพ่ออติญาณ พงษ์หว่าน  ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด
 
ปี ค.ศ. 1999  คุณพ่อไพริน  เกิดสมุทร  ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด ในปี ค.ศ. 1999 – 2004  และดูแลวัดนักบุญมัทธิว กำแพงแสน  คุณพ่อไพริน ได้พัฒนาปรับปรุงบริเวณวัดนักบุญอันเดรหลังเก่า โดยขุดบ่อเลี้ยงปลา ปลูกไม้ผล และปลูกผักต่างๆ นานาชาติ
 
ในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1999  เป็นวัดฉลองวัด พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู มาเป็นประธานในพิธีฉลองวัด และในโอกาสนี้ได้ทำพิธีเสกศิลาฤกษ์สำหรับวัดใหม่ ต่อมาวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2000  ทางสังฆมณฑลกรุงเทพฯ  ได้มอบหมายให้บริษัทสันติพิทักษ์  มาดำเนินการก่อสร้างวัดใหม่  ในสถานที่ใหม่ ซึ่งทางสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้จัดซื้อไว้กว่า 10 ปี มาแล้ว  ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดรางกำหยาด ห่างจากถนนสายลาดหลุมแก้ว บางเลน เข้ามาเพียง 400 เมตร  การก่อสร้างได้ดำเนินการจนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 2002   รวมเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 1 ปี กับ 6 เดือน
 
พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู  ได้มาเป็นประธานประกอบพิธีเปิดเสกวัด หอระฆัง ถ้ำแม่พระ และอนุสาวรีย์นักบุญอันเดร ในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002
 
ตอนที่ 1 ความเป็นมาของวัดนักบุญอันเดร
 
ตามประวัติดั้งเดิมนั้นทราบว่า ระหว่างปี ค.ศ. 1929-1931  มีคริสตังครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวชื่อ นายมัทเธีย กิจสมัคร เดิมอยู่ที่ตำบลบางเลน อำเภอบางปลา (บางเลน) จังหวัดนครปฐม นายมัทเธียไป-มา บ่อยครั้งที่วัดพระตรีเอกานุภาพ (หนองหิน) นครปฐม  และได้นำบุตรชายไปฝากไว้กับคุณพ่อริชาร์ด  ให้เรียนหนังสือและคำสอนศาสนาที่วัดพระตรีเอกานุภาพนี้
 
นายมัทเธียมีบิดาชื่อแดง เรียกกันว่า “ก๋งแดง”  เป็นคนที่อพยพมาจากนครชัยศรี เป็นครอบครัวใหญ่มีบุตรหลานหลายคน มาตั้งบ้านเรือนอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำท่าจีน เยื้องตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอบางเลนหลังเก่า (ปัจจุบันเป็นตลาดสด) มีอาชีพทำนา เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา มีฐานะมั่งคั่งในสมัยนั้นและในสมัยนั้นอีกเช่นกัน ไม้มีชาวคริสตังจากนครชัยศรี จากลำไทรคลอง 12 และบางเชือกหนัง ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บางภาษีหลายครอบครัว สำหรับนายมัทเธียได้แยกครอบครัวจากบ้านบางเลน ไปอยู่บ้านคลองพิสมัย
 
นายขาว, นางกิมเง็ก  เป็นคริสตังอีกครอบครัวหนึ่งที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่คลองคุณพระ  เป็นครอบ ครัวใหญ่มีบุตรหลานหลายคน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า บุตร หลาน เหลน ของพวกเขา ซึ่งเป็นคนรุ่นต่อมา ได้ไปแต่งงานกับคนต่างศาสนา และละทิ้งความเชื่อไป สาเหตุอาจจะเป็นเพราะอยู่ไกลวัดขาดผู้นำ ขาดการเยี่ยมเยือนจากพระสงฆ์
 
ที่คลองบึงเสือร้อง อยู่ในตำบลบางภาษีนี้ มีครอบครัวของนายเฉา ที่เป็นคริสตังเป็นครอบครัวใหญ่ มีบุตรหลานหลายคนเช่นเดียวกัน แต่ยังยืดถือความเชื่อและมั่นคงในพระศาสนาเป็นส่วนมาก
 
ที่คลองคูคต ขึ้นอยู่กับอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี  มีคริสตังกลุ่มหนึ่งหลายครอบครัว ที่อำเภอบางบัวทอง มีวัดพระแม่สกลสงเคราะห์ การที่ชาวคริสตังคลองคูคต จะไปทำศาสนพิธีที่วัดพระแม่สกลสงเคราะห์บางบัวทองได้ต้องนั่งเรือแจวไปตามลำคลองหลายชั่วโมง และจะได้ในฤดูน้ำเท่านั้น ฤดูแล้งน้ำในคลองแห้งขอด ไม่สะดวกในการเดินทางไปประกอบศาสนพิธีที่วัดแห่งนี้
 
ระหว่างปี ค.ศ. 1929-1932  คุณพ่อริชาร์ดจะออกเยี่ยมสัตบุรุษบางเลน บางภาษีบ่อยครั้งเนื่องจากครอบครัวชาวคริสตังอยู่มาก แต่ไม่มีวัดสำหรับประกอบศาสนพิธี การออกเยี่ยมสัตบุรุษของคุณพ่อริชาร์ด ก็ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านก๋งแดง และทำพิธีมิสซาที่นั่นด้วย
 
คุณพ่อริชาร์ดและสัตบุรุษ  จึงปรึกษาหารือกันเพื่อหาสถานที่จัดสร้างวัดขึ้นมา ตอนแรกดำริกันว่าจะสร้างในที่ดินของก๋งแดง ชาวบ้านเรียกสถานที่ตรงนั้นว่า  “ดอนกระต่ายเต้น”  (ปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของประตูน้ำพระพิมล)  เพราะเป็นที่ดอน น้ำไม่ท่วม  แต่ก็มีผู้ไม่เห็นด้วย  เพราะเป็นที่อยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านเกินไป และเห็นว่าวัดควรจะตั้งอยู่ศูนย์กลางของชาวคริสต์ และอยู่ใกล้ตลาดด้วย ในที่สุดเห็นพ้องต้องกันว่าที่ตลาดบางภาษี (ปัจจุบันเป็นตลาดรางกระทุ่ม) ตำบลบางภาษี เป็นสถานที่ๆ เหมาะสมสำหรับการสร้างวัดมากที่สุด เพราะเป็นศูนย์กลางที่สัตบุรุษจากหมู่บ้านต่างๆ ทั้งจากบ้านบางเลน บ้านคลองมิสมัย บ้านคลองคุณพระ คลองบึงเสือร้อง สามารถเดินทางไปร่วมศาสนพิธีได้โดยสะดวก ประกอบกับในตลาดกระทุ่ม ก็มีชาวคริสตังมาตั้งถิ่นฐานค้าขายอยู่หลายครอบครัว เมื่อชาวคริสต์เสร็จภารกิจจากการประกอบศาสนพิธีแล้ว ยังสามารถซื้อสิ่งของกลับไปบ้านได้ด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าว    จึงตกลงที่จะสร้างวัดขึ้นมาที่ตลาดกระทุ่มแห่งนี้ 
 
ตอนที่ 2 การสร้างวัดนักบุญอันเดร บางภาษี
 
วัดนักบุญอันเดร บางภาษี ตั้งอยู่หมู่ที่ 24 (ปัจจุบัน หมู่ 5) ตำบลบางภาษี  อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม  สร้างเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1930  ตั้งอยู่กลางทุ่งนาในที่ดินของเถ้าแก่โป๋เซี้ย  คหบดีชาวกรุงเทพฯ ที่ยกที่ดินให้เห็นสถานที่ตั้งวัด ห่างจากตลาดรางกระทุ่มไปทางทิศเหนือประมาณ 40-50 เมตร ตัวโบสถ์สร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง กว้าง 8 เมตร ยาว 18 เมตร หลังคามุงสังกะสี ยกพื้นสูง เพื่อไม่ให้น้ำท้วม สร้างเสร็จและเสกเมื่อเดือนกรกฎาคมในปีเดียวกัน โดย พระสังฆราชมารี โยเซฟ แปร์รอส มีคุณพ่อริชาร์ด  เจ้าอาวาส  วัดพระตรีเอกานุภาพ (หนองหิน) นครปฐม เป็นเจ้าอาวาส  วัดนักบุญอันเดร บางภาษี ยังไม่มีบ้านพักพระสงฆ์ คุณพ่อริชาร์ด ต้องอาศัยห้องซางกรีสเตียด้านหลังของวัดเป็นที่พัก
 
 
คุณพ่อริชาร์ด จะต้องเดินทางไป-มา ระหว่างวัดพระตรีเอกานุภาพ (หนองหิน) กับวัดนักบุญอันเดร บางภาษี เพื่อเยี่ยมสัตบุรุษและทำมิสซา เพียงเดือนละครั้งหรือสองครั้ง เพราะการเดินทางไป-มาระหว่างวัดทั้ง 2 แห่งนี้ แสนยากลำบากมากใช้ยานพาหนะหลายประเภท ต้องนั่งรถยนต์จากหนองหินถึงสถานีรถไฟนครปฐม นั่งรถไปจากนครปฐมมาลงที่สถานีวัดงิ้วราย ลงเรือกลไฟ ซึ่งเป็นเรือโดยสารแล่นระหว่างสุพรรณบุรี วัดงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม  ถึงอำเภอบางเลน นั่งเรือแจว เข้าคลองบางภาษี ถึงวัดนักบุญอันเดร บางภาษี ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง นับว่ามีความยากลำบากในการเดินทางอย่างยิ่ง สำหรับพระสงฆ์ที่ชราอย่างคุณพ่อริชาร์ดในยามนั้นเป็นอย่างยิ่ง
 
ด้วยเหตุนี้ คุณพ่อริชาร์ดจึงได้มอบหมายให้คุณพ่อปีโอ (ถัง) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดพระแม่ประจักษ์ สองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอบางเลน เป็นผู้รับช่วงดูแลวัดนักบุญอันเดร บางภาษีแทน เมื่อ ปี ค.ศ. 1935  ส่วนคุณพ่อริชาร์ดก็กลับไปประจำเป็นเจ้าอาวาสวัด   พระตรีเอกานุภาพ (หนองหิน) ตามเดิม
 
ในวันที่คุณพ่อริชาร์ด เดินทางกลับไปประจำที่วัดพระตรีเอกานุภาพ (หนองหิน) นั้น มีสัตบุรุษร่วมเดินทางไปส่งคุณพ่อเป็นจำนวนมาก โดยนั่งเรือแจวจากวัดนักบุญอันเดร เพื่อไปลงเรือกลไฟที่หน้าวัดปากคลองภาษีเจริญ ในจำนวนสัตบุรุษที่ไปส่งคุณพ่อริชาร์ดนั้น ล้วนเป็นสัตบุรุษอาวุโสทั้งสิ้น มีข้าพเจ้าเพียงคนเดียวที่เป็นเด็ก ขณะนั้นอายุประมาณ 6 ขวบ ได้ตามบิดาไปส่งคุณพ่อด้วย ขณะที่นั่งรอเรือกลไฟอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำท่าจีน หน้าวัดปากคลองบางภาษี คุณพ่อริชาร์ดพูดทำนองสั่งเสียขอร้องและอวยพรต่อสัตบุรุษที่ไปส่งว่า  “ไม่ให้ย้ายภูมิลำเนาจากบางภาษีไปอยู่ที่อื่น ให้มีบุตรหลานมากๆ และให้มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง” เมื่อเรือกลไฟมาถึงคุณพ่อก็ลงเรือไป ส่วนสัตบุรุษทั้งหลายที่ไปส่งก็เดินทางกลับภูมิลำเนา
 
ทางวัดนักบุญอันเดร บางภาษี ที่คุณพ่อปีโอ (ถัง) ได้รับมอบหมายให้ดูแลวัดแทนคุณพ่อริชาร์ด ตั้งแต่นั้นมา เท่ากับวัดนักบุญอันเดร ต้องไปขึ้นกับวัดแม่พระประจักษ์ สองพี่น้อง คุณพ่อปีโอก็ต้องเดินทางไป-มา  ระหว่างวัดแม่พระประจักษ์ สองพี่น้อง กับวัดนักบุญอันเดร บางภาษีเพื่อเยี่ยมเยียนสัตบุรุษและทำมิสซาเดือนละครั้ง เนื่องจากการเดินทางระหว่างวัดทั้งสองแห่ง ระยะทางห่างไกลและทุรกันดารเช่นกัน และเพื่อความสะดวกในการประกอบศาสนกิจ คุณพ่อปีโอจึงได้มอบหมายให้  คุณพ่อวินเซนเต (ว่าว)  ผู้เป็นปลัดของคุณพ่อปีโอ เป็นผู้มาดูแลสัตบุรุษวัดนักบุญอันเดร บางภาษีแทน
 
คุณพ่อวินเซนเต (ว่าว) เป็นผู้เอาใจใส่ต่อสัตบุรุษที่อยู่ไกลวัดเป็นอย่างยิ่ง คุณพ่อเดินทางไปเยี่ยมสัตบุรุษตามสถานที่ต่างๆ  เมื่อสัตบุรุษเห็นคุณพ่อไปเยี่ยมก็พากันชื่นชมยินดี ให้การต้อนรับเป็นพิเศษ  เพราะไม่เคยมีพระสงฆ์ออกมาเยี่ยมพวกเขาเลย ปี ค.ศ. 1935 คุณพ่อปีโอ ได้จัดซื้อภาพ 14 ภาค มาประดับภายในโบสถ์วัดนักบุญอันเดร บางภาษี ด้วย โดยซื้อภาพพระนั้นมาจากอารามคาร์แมล กรุงเทพฯ คุณย่าส้มจีน สังขรัตน์ (คุณแม่ของคุณพ่อลออ) คหบดีวัดแม่พระประจักษ์ สองพี่น้อง ได้ซื้อระฆังถวายแด่วัดนักบุญอันเดร บางภาษี ด้วย
 
 
ปี ค.ศ. 1938 คุณพ่อบอนิฟาส ได้มาเป็นเจ้าอาวาส คุณพ่อบอนิฟาสเป็นนักพัฒนา ท่านสั่งรูปนักบุญอันเดรองค์อุปถัมภ์ของวัด จากประเทศฝรั่งเศส มาทันกำหนดงานฉลองวัดในปีนั้นด้วย ท่านเห็นว่าสิ่งที่ต้องคู่กับวัดก็คือโรงเรียน ซึ่งเป็นสถานที่ประสาทความรู้ให้บุตรหลานประชาชนและที่ตลาดรางกระทุ่มก็ยังไม่มีโรงเรียน ท่านจึงริเริ่มจัดสร้างโรงเรียนขึ้น โดยไปขอไม้เก่าๆ จากโรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ ที่ถูกรื้อลงเพื่อสร้างตึกแทน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วได้ขอให้เถ้าแก่เลี่ยงเฮี๊ยบ (เลียบเอ็ง) ใช้เรือบรรทุกข้าวลำใหญ่ที่บรรทุกข้าวไปขายในกรุงเทพฯ  เที่ยวกลับให้บรรทุกไม้มาบางภาษีด้วย ไม้ต่างๆ นั้น เป็นไม้เนื้อแข็งอย่างดี มีประตู หน้าต่าง รวมทั้งโต๊ะ-เก้าอี้นักเรียนพร้อม เมื่อได้ไม้มาแล้ว คุณพ่อได้นำมาสร้างโรงเรียนและบ้านพักพระสงฆ์ คุณพ่อเห็นว่าบริเวณวัดเนื้อที่คับแคบ  จึงร่วมกับนายฮ่องเชียง แซ่โง้ว  ผู้จัดการผลประโยชน์ที่ดินตลาดกระทุ่ม เดินทางไปขอที่ดินจากเถ้าแก่โป๋เซี้ยเพิ่มเติม  ได้มาอีก 3 ไร่  แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ที่ดินทั้งหมดที่เถ้าแก่โป๋เซี้ยมมอบให้ใช้สร้างวัดนั้น  ยังไม่ทันทำการโอนโฉนดให้เรียบร้อย  คุณพ่อบอนิฟาสได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่ให้ไปรับหน้าที่เจ้าอาวาสที่พนัสนิคม
 
ปี ค.ศ. 1940  คุณพ่อหลุยส์ (สง่า) สังขรัตน์  เจ้าอาวาสวัดพระแม่สกลสงเคราะห์ บางบัวทอง  มารับหน้าที่ดูแลวัดนักบุญอันเดร บางภาษี แทนคุณพ่อบอนิฟาส คุณพ่อต้องทำหน้าที่ปกครองวัดทั้ง 2 แห่งพร้อมๆ กัน และเพื่อนความสะดวกในการปกครอง คุณพ่อหลุยส์ จึงได้ขอโอนวัดนักบุญอันเดร บางภาษี ซึ่งอยู่ในเขตปกครองของวัดแม่พระประจักษ์ สองพี่น้อง ให้มาขึ้นอยู่ในปกครองวัดพระแม่สกลสงเคราะห์ บางบัวทอง และอยู่ในเขต 3 ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
 
 
 
ปี ค.ศ. 1941 คุณพ่อมาแซล  รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือคุณพ่อหลุยส์มาดูแลวัดนักบุญอันเดร บางภาษี ปี ค.ศ. 1945  คุณพ่อสวัสดิ์ กิจเจริญ  มาเป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญอันเดร บางภาษี  คุณพ่อได้ฝึกให้สัตบุรุษขับร้องเพลงในวัดเป็นภาษาลาติน จนสามารถขับร้องได้เป็นอย่างดี
 
ปี ค.ศ. 1947  คุณพ่อกิมฮั้ง แซ่เล้า  เป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญอันเดร  บางภาษี  แต่ส่วนมากท่านจะให้เวลาประจำอยู่ที่วัดบางบัวทอง  ท่านมีโครงการจะย้ายวัดนักบุญอันเดร บางภาษีไปสร้างใหม่ ที่บางเลน ท่านได้ซื้อที่ดินทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ไปทางทิศเหนือที่ว่าการอำเภอบางเลน ประมาณ 700 ไร่ แต่สัตบุรุษที่วัดนักบุญอันเดร บางภาษี  ไม่เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ จึงต้องเลิกล้มโครงการดังกล่าว ที่ดินแปลงนี้ต่อมาได้ขายนายทุนสร้างโรงงานผลิตน้ำตาล (ปัจจุบันสถานที่แห่งนั้นได้กลายเป็นโรงงานผลิตแอลกฮอล์)
 
ปี ค.ศ. 1965  คุณพ่อโรเชอโร ย้ายมาแทนคุณพ่อกิมฮั้ง  ในปี ค.ศ. 1967  วันฉลองวัดนักบุญอันเดร บางภาษี  คุณพ่อได้เชิญพระสังฆราช ยวง นิตโย มาเป็นประธานในพิธีบูชามิสซา และได้โปรดศีลกำลังให้สัตบุรุษทั้งผู้ใหญ่และเด็กรวม 48 คน  ท่านยังดำริที่จะสร้างวัดและโรงเรียนขึ้นใหม่  แต่เนื่องจากมีเหตุขัดแย้งเรื่องที่ดินของวัดที่เถ้าแก่โป๋เซี้ยยกให้ ยังไม่ได้มีการโอนโฉนดให้เป็นที่เรียบร้อย คุณพ่อโรเชอโร จึงได้มอบหมายให้ข้าพเจ้าซึ่งเป็นสัตบุรุษคนหนึ่งของวัดนักบุญอันเดร บางภาษี และเป็นผู้ที่มีถิ่นฐานประกอบอาชีพมาแต่ดั้งเดิมในตำบลบางภาษี ให้เป็นผู้จัดหาซื้อที่ดินเพื่อสร้างวัดแห่งใหม่ ข้าพเจ้าได้ไปติดต่อขอซื้อที่ดินของนางสุนทรีย์  ธรรมเจริญ จำนวน 19 ไร่เศษ  ราคาไร่ละ 5,000 บาท เมื่อปี ค.ศ. 1968 ที่ดินแปลงนี้เป็นทุ่งนา เมื่อซื้อได้ใส่ชื่อของนายสวัสดิ์ ครุวรรณ เป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ อยู่ทางทิศตะวันตกห่างจากวัดเดิมประมาณ 1 กิโลเมตร
 
เมื่อได้ซื้อที่ดินเรียบร้อยแล้ว  คุณพ่อโรเชอโร  ได้มอบหมายให้ข้าพเจ้าเป็นหัวหน้างานทำการรื้อวัดและโรงเรียนจากวัดเก่า นำวัสดุที่ยังใช้การได้มาปลูกสร้างวัดและโรงเรียนยังสถานที่แห่งใหม่ จัดได้ว่าเป็นวัดชั่วคราว เพราะใช้วัสดุเก่าในการปลูกสร้าง ส่วนวัสดุที่ชำรุดใช้การไม่ได้นั้นก็ได้รับการช่วยเหลือจาก  “สุวรรณค้าไม้” บางแค ของเถ้าแก่งักคิ้ม แซ่อึ๊ง มอบวัสดุส่วนที่ขาดให้จนสามารถสร้างวัดและโรงเรียนได้สำเร็จ แม้จะใช้วัสดุเก่าจำนวนมากมาก่อสร้าง แต่ก็มีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบศาสนพิธีต่อไป  เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 1969  สร้างเสร็จเรียบร้อย ทำพิธีเสกเมื่อ วันที่ 30 พฤศจิกายนในปีเดียวกัน  โดย พระอัครสังฆราช ยวง นิตโย  มาเป็นประธานในพิธีเสก แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าคุณพ่อโรเชอโร ยังมิทันที่จะได้สร้างวัดนักบุญอันเดร  บางภาษีให้เป็นการถาวรก่อน  พระได้ยกคุณพ่อไปเสียก่อน (มรณภาพ)  นับเป็นวัดหลังที่ 2  ระยะเวลาห่างจากวัดหลังแรกประมาณ 40 ปี
 
ปี ค.ศ. 1971  คุณพ่ออดุลย์  คูรัตน์  ได้มาเป็นเจ้าอาวาส  ในสมัยของคุณพ่ออดุลย์  ได้มีการแห่แม่พระฟาติมา  มาจากประเทศโปรตุเกส  ท่านได้เชิญแม่พระฟาติมา มาให้สัตบุรุษได้ร่วมพิธีแห่ที่วัด นักนักบุญอันเดร บางภาษี  แห่งนี้ด้วย คุณพ่อยังได้จัดซื้อแท้งค์น้ำเพื่อกักน้ำฝนไว้ใช้ในวัดและซื้อดินมาถมที่เพื่อสร้างสุสาน แต่ยังไม่ทันสร้าง  คุณพ่อก็ได้ย้ายไปเสียก่อน
 
ปี ค.ศ. 1973  คุณพ่อวิจิตร  ลิขิตธรรม  ได้มาเป็นเจ้าอาวาส
 
ปี ค.ศ. 1976  คุณพ่อสานิจ  สถะวีระวงส์  ได้มาเป็นเจ้าอาวาส
 
ปี ค.ศ. 1979  คุณพ่อถาวร  กิจสกุล  ได้มาเป็นเจ้าอาวาส
 
ปี ค.ศ. 1981 คุณพ่อบรรจบ  โสภณ  ได้มาเป็นเจ้าอาวาส  คุณพ่อได้เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งคณะกรรมการสภาอภิบาลวัดขึ้นเป็นครั้งแรก ใน ปี ค.ศ. 1983 โดยได้รับความร่วมมือจากคุณเจริญ กอหะสุวรรณ ผู้อำนวยการสภาอภิบาลวัดธรรมาสน์นักบุญเปโตร บางเชือกหนังและคณะมาเป็นวิทยากรบรรยายให้สัตบุรุษเข้าใจในกฎระเบียบของการที่จะเป็นกรรมการอภิบาลสภาวัด ในปีนี้เองน้ำท่วมใหญ่ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคุณพ่อ คุณพ่อได้จัดฉลองวัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี คุณพ่อชัชวาล ศุภลักษณ์  (ขณะนั้นเป็นบราเดอร์) และสมาชิกสภาอภิบาลวัดเป็นผู้ร่วมงานอย่างแข็งขัน มีสัตบุรุษต่างวัดมาร่วม ฉลองกันมากมาย มีคุณนภา นัมคณิตสรณ์ ประธานสภาเขต 3  เป็นผู้นำพามา คุณพ่อได้เชิญ คุณพ่อลออ สังขรัตน์  มาเป็นประธานในพิธีมิสซา  หลังจากพิธีมิสซาได้เชิญพระรูปนักบุญอันเดรแห่ทางน้ำ สมกับท่านนักบุญอันเดรเป็นชาวประมงพาพี่น้องออกหาปลาในทะเลสาบกาลิลี ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวจริงๆ  ในประวัติศาสตร์  ปี ค.ศ. 1984  คุณพ่อได้ซ่อมแซมวัดโดยเปลี่ยนหลังคาวัดจากเดิมมุงด้วยสังกะสีเก่าเป็นกระเบื้องใหม่ และขอติดตั้งไฟฟ้าเข้าวัดจนเรียบร้อย โดยได้รับบริจาคอุปกรณ์ต่างๆ เช่นสายไฟ, หลอดไฟ และอื่นๆ มากมายจาก คุณเรวดี เหลืองสร้อยทอง  (แอนนาเทดดิ้ง สะพานใหม่ ดอนเมือง)  พร้อมทั้งได้ทำการเปิดโรงเรียนอนุบาล ชื่อว่า โรงเรียนอนุบาลอันเดรอุปถัมภ์  ก่อนที่คุณพ่อจะย้ายไปคุณพ่อยังได้จัดงานฉลองวัดยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในโอกาสครบ รอบ 50 ปี จากวัดหลังที่หนึ่งและที่สองรวมกันอีกด้วย
 
ปี ค.ศ. 1987 คุณพ่อไพริน เกิดสมุทร  ได้มาเป็นเจ้าอาวาส  คุณพ่อได้มาเห็นสภาพของวัดที่ยังขาดตกบกพร่องอีกหลายอย่าง คุณพ่อได้เรียกข้าพเจ้ามาปรึกษาในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นผู้อำนวยการสภาอภิบาลวัด คุณพ่อเห็นว่าน่าจะทาสีวัดให้ดูสวยงาม ยกพระแท่นในวัดให้สูงขึ้น พัดลมติดเพดาน ปูเสื่อน้ำมันในวัด ใส่เบาะรองคุกเข่าสวดในวัด และซ่อมแซมรูปพระในวัดให้สวยงาม  ข้าพเจ้าจึงคิดว่าควรจะพาคุณพ่อไปให้ได้รู้จักกับสัตบุรุษเก่าๆ ของวัดนี้ ที่ได้โยกย้ายไปประกอบอาชีพที่อื่นและได้ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย จึงได้ชวนคุณพ่อไปในหลายๆ แห่งได้พบปะกับบรรดาสัตบุรุษหลายท่าน เมื่อแนะนำให้คุณพ่อได้รู้จักแล้วจึงบอกถึงจุดประสงค์ที่คุณพ่อต้องการ ก็ได้รับความร่วมมือจากทุกๆ คนเป็นอย่างดี
 
อาทิ เช่น คุณไชยยันต์  เหลืองสร้อยทอง    ได้บริจาคสีน้ำมันทั้งหมดคิดเป็นเงิน 15,000 บาท
เจ๊เม่งเซี้ยม  โรซาพิทักษ์   บริจาคให้ 10,000 บาท  เพื่อยกพระแท่น
คุณดวงมณี  บงกชมาศ   บริจาคเสื่อน้ำมัน  เป็นมูลค่า 5,000 บาท
เจ๊เฉลียว เกตุพันธ์    บริจาคพัดลมมูลค่า 5,000 บาท
คุณมนตรี, คุณนิตยา  วิวัฒนมนตรี   บริจาค 5,000 บาท  เพื่อซ่อมแซมและตกแต่งพระรูป
คุณสุเทพ  จันทร์สรรสันต์   บริจาค 2,000 บาท  เป็นค่าแรง
 
จนเป็นที่เรียบร้อยสมตามความประสงค์ของคุณพ่อทุกอย่าง เป็นอันว่า วัดนักบุญอันเดร บางภาษี  ได้รับการพัฒนาขึ้นระดับหนึ่ง แต่คุณพ่ออยู่ได้ไม่นานยังไม่ทันครบปี  ก็ถูกผู้ใหญ่สั่งให้ไปอยู่ที่อื่น คงเป็นเพราะแผนการของพระจิตเจ้าผ่านทางผู้ใหญ่ ย้ายคุณพ่อไป เพื่อหาประสบการณ์จากที่อื่นๆ ก่อน เพื่อรองรับโครงการยิ่งใหญ่ในอนาคต
 
ปี ค.ศ. 1988  คุณพ่อสุรสิทธิ์  ชุ่มศรีพันธุ์  ได้มาเป็นเจ้าอาวาส  คุณพ่อได้ติดต่อกับสุขาภิบาลรางกระทุ่ม (ปัจจุบันเป็นเทศบาล)  ขอน้ำประปาเข้ามาใช้ที่วัดโดยได้รับความอนุเคราะห์จากคุณลิขิต วงศ์แสงธรรม นายกสมาคมคาทอลิกแห่งประเทศ (ในสมัยนั้น) อนุมัติงบประมาณฯ ช่วยมา 4,000 บาท สมทบกับเงินของสมาชิกสภาอภิบาลของวัดนักบุญอันเดร บางภาษี โดยมีคุณพ่อสุนัย  สุขชัย  (ขณะนั้นเป็นบราเดอร์)  เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งค่าแรงงาน รวมเป็นเงินที่ใช้จ่ายไปทั้งสิ้น 8,100  บาท เป็นที่เรียบร้อย  นับว่าวัดนักบุญอันเดร บางภาษี  ได้รับการพัฒนาจนดีขึ้นระดับหนึ่ง มีน้ำไหลไฟสว่าง มีเครื่องขยายเสียง  เพื่อใช้ในงานสำคัญๆ เช่น งานฉลองวัด งานคริสตมาส  และอื่นๆ เหมือนกับวัดทั่วๆ ไป
 
ต่อมาปี ค.ศ. 1989  พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย  กิจบุญชู  ได้จัดให้วัดนักบุญอันเดร บางภาษี มาขึ้นอยู่กับเขต 5  ของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ  ยกฐานะขึ้นเป็นวัดเอกเทศไม่ต้องขึ้นกับวัดอื่นๆ  อีกต่อไป  พร้อมกับมอบหมายให้คุณพ่ออติญาณ  พงษ์หว่านมาเป็นเจ้าอาวาส
 
ปี ค.ศ. 19889  คุณพ่ออติญาณ  พงษ์หว่าน  ได้มาเป็นเจ้าอาวาส คุณพ่อได้พิจารณาเห็นว่าวัดนักบุญอันเดร บางภาษี มีทางคมนาคมไม่สะดวก คดเคี้ยวมีทางแยกไปที่อื่นมากมาย  ผู้ที่ไม่เคยเดินทางมาที่วัดมักหลงทางไปที่อื่นเสมอ คุณพ่อจึงเสนอโครงการต่อพระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู  เพื่อหาซื้อที่ดินแห่งใหม่ขยับขยายวัดออกมาให้ใกล้ถนนใหญ่ เพื่อสะดวกในการเดินทาง ก็ได้รับพระเมตตาจากพระคาร์ดินัล อนุญาตให้ดำเนินการตามความประสงค์ คุณพ่ออติญาณพร้อมกับข้าพเจ้าได้เดินทางไปติดต่อซื้อที่ดินของ ร.อ.นริศ แดงเดช  จำนวน 41 ไร่เศษ  ตกลงซื้อในราคาไร่ละ 350,000 บาทที่ดินแปลงนี้อยู่ที่หมู่ 3 ตำบลบางภาษี  อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม คนละฝั่งถนนตรงข้ามกับวัดรางกำหยาด  ซึ่งเป็นวัดพุทธ มีถนนเข้าออกได้สะดวก อยู่ห่างจากถนนใหญ่สายบางเลน-ลาดหลุมแก้ว เข้าไปประมาณ 100 เมตร
 
คุณพ่ออติญาณ ได้มาเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดนักบุญอันเดร บางภาษี และขณะเดียวกันก็ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลวัดนักบุญมัทธิว กำแพงแสนด้วย ต่อมาคุณพ่อได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่ให้ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนักบุญบาร์โธโรมิว สุพรรณบุรี  รวมเวลาที่คุณพ่ออติญาณเป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญอันเดร และดูแลวัดนักบุญมัทธิว กำแพงแสน  เป็นเวลานานถึง 10 ปี
 
ปี ค.ศ. 1999  พระจิตเจ้าทรงดำเนินแผนการต่อเนื่องของพระองค์ผ่านทางผู้ใหญ่อีกครั้งหนึ่ง  มอบหมายให้คุณพ่อไพริน เกิดสมุทร  มาเป็นเจ้าอาวาส
   
ปี ค.ศ. 1999  คุณพ่อไพริน เกิดสมุทร  ได้มาเป็นเจ้าอาวาส  (สมัยที่ 2)  เพื่อการสร้างวัดนักบุญอันเดร บางภาษี หลังที่ 3 ตามแผนการของพระจิตเจ้า คุณพ่อกลับมาครั้งนี้ คุณพ่อเข้มแข็งและมีประสบการณ์มากมาย เชี่ยวชาญและมีความสามารถในทุกๆ ด้าน สมกับเป็นผู้ที่พระคาร์ดินัลไว้วางใจ  วันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1999  คุณพ่อได้จัดงานฉลองวัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยเชิญพระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย  กิจบุญชู มาเป็นประธานในพิธีบูชามิสซา ขอบพระคุณและเสกแผ่นศิลาฤกษ์ วัดนักบุญอันเดร บางภาษี ในวันนั้นด้วย ใบรรดาพระสงฆ์กว่า 20 องค์  และสัตบุรุษจากวัดอื่นๆ มาร่วมฉลองแสดงความยินดีกับคุณพ่อ กับสัตบุรุษวัดนักบุญอันเดร บางภาษี อย่างมากมาย และด้วยพระเมตตาของ  พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู  ที่มีต่อลูกวัดนักบุญอันเดร บางภาษี จึงได้อนุมัติงบประมาณให้สร้างวัดใหม่เพื่อถวายแด่พระเป็นเจ้า และเป็นเกียรติแด่ท่านนักบุญอันเดรสืบไป วัดนักบุญอันเดร บางภาษี หลังใหม่นี้ได้ฤกษ์ก่อสร้าง โดยตอกเสาเข็มต้นแรกเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2000  แล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2002  พร้อมด้วยบ้านพักพระสงฆ์และหอระฆัง ขณะเดียวกันพระคาร์ดินัล  ได้เมตตาจัดงบประมาณต่อเนื่อง ให้สร้างถ้ำแม่พระและอนุสาวรีย์ท่านนักบุญอันเดรอีกด้วย คาดว่าจะแล้วเสร็จทันวันเปิดเสกวัดใหม่อย่างพอดิบพอดี อาคารของวัดก็ดี บ้านพักพระสงฆ์ก็ดี แต่ละหลังโอ่อ่า ถาวร หอระฆังโดดเด่นเป็นสง่างามยิ่งในเขตอำเภอบางเลน สมกับเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของพระเป็นเจ้า
 
คุณพ่อไพริน เกิดสมุทร  เจ้าอาวาสมีกำหนดการเปิดเสกวัดนักบุญอันเดร บางภาษีใหม่นี้ ในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002  เวลา 10.00 น.  โดยกราบเรียนเชิญ พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย  กิจบุญชู  มาเป็นประธานในพิธี
 
ตอนที่ 3 สร้างโรงเรียนและการศึกษา
 
โรงเรียนนักบุญอันเดร บางภาษี  ตั้งเป็นโรงเรียนครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1933  เป็นโรงเรียนเอกชน มีครูที่ทำการสอนครั้งแรกชื่อนายยาก๊อบ กฤษทวี กับนายกิมยิด สงวนเต็ง ต่อมา ค.ศ. 1935  คุณครูทั้ง 2 ได้ลาออกไป  คุณพ่อริชาร์ด  ได้ย้ายนายเซ็งฮวด (ประเวศน์)  ภารนันต์  ครูใหญ่โรงเรียนวัดพระตรีเอกานุภาพ หนองหิน มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่  โรงเรียนนักบุญอันเดร บางภาษี แทน
 
โรงเรียนนักบุญอันเดร บางภาษี  มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า โรงเรียนประชาบาล บางภาษี 3 (นักบุญอันเดร)  เป็นโรงเรียนประชาบาลประเภทประชาชนจัดตั้ง ได้รับเงินค่าบำรุงจากผู้ปกครองนักเรียนเป็นรายปี รัฐบาลก็ไม่ได้จัดสรรเงินอุดหนุนให้แต่อย่างใด
 
 
นายเซ็งฮวด ภารนันต์  นับว่าเป็นครูที่มีความรู้ความสามารถมากคนหนึ่ง และมีความเสียสละอย่างใหญ่หลวง ทำงานไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก เพราะท่านเป็นครูคนเดียวของโรงเรียนนักบุญอันเดร บางภาษี ปีแรกที่นายเซ็งฮวดมาเป็นครูและควบตำแหน่งครูใหญ่ มีนักเรียนประมาณ 50 คน  แบ่งเป็นชั้นมูล (อนุบาล) ป.1, ป.2, ป.3  ยังไม่มีชั้น ป.4  คุณครูได้คัดเลือกเอาเด็กที่หัวไวหน่อยให้เลื่อนขึ้นไปเรียนชั้น ป.4 ซึ่งก็สามารถคัดได้เพียง 3 คนเท่านั้น
 
โรงเรียนนักบุญอันเดร มีนักเรียนเป็นทั้งเด็กชาวคริสต์ และเด็กชาวพุทธเรียนรวมกัน สมัยนั้นผู้ปกครองไม่สนับสนุนให้บุตรหลานเรียนหนังสือ โดยเฉพาะชาวไร่ ชาวนา ต้องการใช้เด็กช่วยทำงาน จึงมีนักเรียนขาดเรียนมาก
 
เนื่องจากเป็นครูคนเดียวของโรงเรียน วิธีสอนหนังสือของนายเซ็งฮวดจึงต้องใช้หลากหลายวิธี คือ เลือกเอาชั่วโมงว่างบางวิชาแต่ละชั้น เช่น ชั่วโมงอ่าน-คัด ซึ่งเป็นวิชาที่ง่ายก็จัดให้เด็กชั้น ป.3-ป.4  ไปทำหน้าที่เป็นครูสอนนักเรียนชั้น ป.1-ป.2  เรียกว่าให้พี่สอนน้อง สอนแบบประกบตัวเป็นคู่ๆ ส่วนชั้นมูลก็สอนผสมอ่านฝึกทำเลข ครูเซ็งฮวดจะสอนด้วยตนเองสังเกตว่าเด็ก ๆ พอใจในการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก ส่วนเด็กแต่ละชั้นที่อ่อนในวิชาใด ครูเซ็งฮวดจะแยกออกไปสอนเสริมเป็นพิเศษให้
 
เมื่อกำหนดสอบไล่ คุณพ่อปีโอ เจ้าอาวาสวัดนักบุญอันเดร บางภาษีได้ทำหนังสือถึงศึกษาธิการอำเภอ ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่มาทำการสอบไล่นักเรียน มีนักเรียนเข้าสอบเป็นปีแรกตั้งแต่ตั้งโรงเรียนมาทั้งสิ้น  27 คน  ผลการสอบไล่ปรากฏว่านักเรียนโรงเรียนนักบุญอันเดร สอบได้เกือบยกชั้น มีตกซ้ำชั้น ป.1 และ ป.3 ชั้นละ 1 คน เท่านั้น บรรดาผู้ปกครองนักเรียนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่าครูสอนคนเดียวสอนเด็กตั้ง 4-5 ชั้น นักเรียนสอบไล่ได้เกือบทั้งหมด เขาสอนได้อย่างไร
 
ปี ค.ศ. 1935 เมื่อเริ่มปีการศึกษาใหม่ ผู้ปกครองนิยมส่งลูกหลานมาเรียนหนังสือมากขึ้น ข้าพเจ้าก็ได้เข้าเรียนในปีนี้ด้วย โดยเข้าเรียนในชั้นมูล เมื่อมีนักเรียนมากขึ้นครูเซ็งฮวดสอนคนเดียวไม่ไหวแล้ว  โรงเรียนพระตรีเอกานุภาพ หนองหิน ชื่อ ครูจำนง ชื่นสมบูรณ์ (หมินก๊วง)  มาช่วยสอนอีกคนหนึ่ง ครูจำนงมาสอนนักเรียนอยู่ได้ 2 ปี ก็ลาออกไปประกอบอาชีพอื่น เมื่อครูจำนงลาออกทางโรงเรียนก็ได้ครูกุหลาบ ช้อยเครือ ศิษย์เก่าโรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย อำเภอบ้านโป้ง มาช่วยสอน คุณครูทั้ง 2 เอาใจใส่ในการอบรมสั่งสอนนักเรียนมาก ทั้งๆ ที่ไม่เคยได้รับเงินเดือนเลย รัฐบาลก็ไม่ได้ให้การสนับสนุน หรือช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น คุณครูทั้ง 2 อาศัยรายได้จากเงินที่เก็บค่าเล่าเรียนจากผู้ปกครองนักเรียนบ้าง จากคุณพ่อเจ้าอาวาสวัดช่วยเหลือบ้าง แต่ก็เป็นจำนวนเงินที่น้อยนิดเท่านั้น
 
 
ในขณะที่ข้าพเจ้าเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.2  ครูกุหลาบ ช้อยเครือ  ได้จัดให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ช่วยในพิธีมิสซา โดยสอนเป็นภาษาลาติน จนสามารถช่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากนั้นก็ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ช่วยมิสซามาโดยตลอด การที่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพิธีมิสซา ทำให้ข้าพเจ้าได้ใกล้ชิดกับพระสงฆ์เจ้าอาวาสที่มาประจำที่วัดนักบุญอันเดรทุกองค์ จนติดเป็นนิสัยเหมือนเด็กวัด แม้ในปัจจุบันก็ยังยกสำรับให้คุณพ่อ ชวนคุณพ่อคุยเวลารับประทานอาหาร เสร็จแล้วก็เก็บล้างถ้วยชาม และช่วยจัดแท่นบางโอกาสในเวลาที่เด็กวัดไม่อยู่
 
ในด้านการเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.2  ข้าพเจ้าจัดได้ว่าเป็นเด็กที่เรียนดีคนหนึ่ง โดยมีผลการเรียนได้ลำดับที่ 1, 2, 3 เป็นประจำ ไม่เคยได้ต่ำกว่านี้ ยังจำได้ว่าวิชาเรียงความที่ครูสอนตอนหนึ่งให้เขียนว่า โรงเรียนนักบุญอันเดร ตั้งอยู่หมู่ที่ 24 (เป็นหมู่ที่ 5 ในปัจจุบัน) ตำบลบางภาษี อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม มีกำนันชื่อขุนอนันต์ประศาสน์  มีผู้ใหญ่บ้านชื่อนายโคยฮี้  แซ่อึ๊ง  “โรงเรียนนี้ตั้งอยู่ห่างตลาดประมาร 3 เส้น  มีคลองผ่านหน้าโรงเรียนหนึ่งสาย น้ำไหลขึ้น-ลงได้สะดวก ประชาชนมีอาชีพทำนาเป็นส่วนใหญ่ มีชาวจีนค้าขายอยู่ในตลาด สินค้าส่วนใหญ่สั่งมาจากกรุงเทพฯ โดยอาศัยเรือบรรทุกข้าวเปลือกไปขายในกรุงเทพฯ ขากลับบรรทุกสินค้ามาขายในท้องถิ่น”
 
ข้าพเจ้าเรียนจบชั้นปีที่ 4  ปี ค.ศ. 1940  เป็นนักเรียนที่เรียนจบชั้น ป.4  รุ่นสุดท้ายของโรงเรียนนักบุญอันเดร บางภาษี  หมายเลขประจำตัวนักเรียน 113 และในปีนี้เองประเทศไทยได้เกิดกรณีพิพาทอินโดจีน-ฝรั่งเศส  โรงเรียนนักบุญอันเดร บางภาษี ซึ่งเป็นโรงเรียนของเอกชน เปิดสอนในวัดคริสต์ จึงถูกราชการสั่งปิด ส่วนนักเรียนที่ตกค้างจากโรงเรียนนักบุญอันเดร บางภาษี ในชั้น ป.3, ป.2 และป.1  ได้ย้ายมาอาศัยเรียนที่ห้องแถวของนายอี้ ตรีเนตร เป็นการชั่วคราว ในขณะเดียวกันทางราชการได้สร้างโรงเรียนตลาดรางกระทุ่มขึ้นมา และได้รับเด็กนักเรียนที่ตกค้างที่อาศัยเรียนอยู่ที่ห้องแถวของนายอี้ ตรีเนตร  มาเรียนที่โรงเรียนตลาดรางกระทุ่ม นับว่านักเรียนรุ่นนี้จึงเป็นนักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียน ถือว่าโรงเรียนตลาดรางกระทุ่มในปัจจุบัน เป็นโรงเรียนต่อเนื่องมาจากโรงเรียนนักบุญอันเดร บางภาษี นั่นเอง
 
 
เมื่อข้าพเจ้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่งงานมีครอบครัว เข้าสู่วัยผู้สูงอายุในสภาพปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้าได้ย้อนระลึกถึงคำพูดที่คล้ายเป็นคำขอร้องและคำอวยพรของคุณพ่อริชาร์ดครั้งสุดท้าย ก่อนเดินทางกลับไปประจำที่วัดพระตรีเอกานุภาพ หนองหิน ต่อหน้าสัตบุรุษอาวุโสจำนวนมากที่ไปส่ง ระหว่างนั้นนั่งรอเรือกลไฟอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำท่าจีนหน้าวัดปากคลองบางภาษี มีข้าพเจ้าเป็นเด็กคนเดียวที่มีอายุเพียง 6 ขวบที่ว่า  “ไม่ให้ย้ายภูมิลำเนาจากบางภาษีไปอยู่ที่อื่น ให้มีบุตรหลานมากๆ และให้มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง” นั้น 
 
พบว่า คำพูดที่เสมือนคำขอร้องและคำอวยพรของคุณพ่อมีความศักดิ์สิทธิ์สำหรับตัวข้าพเจ้ามาก เพราะคำขอร้องนั้นเปรียบเสมือนเป็นคำสั่ง เป็นคำประการศิตไม่ให้ข้าพเจ้าอพยพครอบครัวไปอยู่ที่อื่น ความจริงแล้วเคยมีความคิดที่จะโยกย้ายอพยพครอบครัวไปประกอบอาชีพที่อื่น เหมือนครอบครัวคนอื่นๆ หลายครั้ง เมื่อคิดทีไรก็มีเหตุทำให้เกิดความขัดข้องขึ้นมาทุกครั้ง จนทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถอพยพครอบครัวโยกย้ายไปจากตำบลบางภาษีได้
 
จนปัจจุบันมีครอบครัวข้าพเจ้าเพียงครอบครัวเดียว ที่อยู่ใกล้ชิดวัดนักบุญอันเดร บางภาษี  มาโดยตลอด เคยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสภาอภิบาลวัดนักบุญอันเดร บางภาษี ถึง 2 สมัยติดต่อกัน คือ ระหว่างปี ค.ศ. 1983-1989 ต่อจากนั้นก็ได้เป็นสมาชิกกรรมการสภาอภิบาลวัดติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน 
 
คุณพ่อธนันชัย  กิจสมัคร   ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส  ค.ศ. 2004 – 2009
 
คุณพ่อกิตติศักดิ์    กาญจนธานินทร์   ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ค.ศ. 2009 -2013
 
ในปี ค.ศ. 2012 มีการสร้างบ้านพักซิสเตอร์ อยู่ถัดจากบ้านพักพระสงฆ์  สร้างกุฏิในสุสานเพิ่มอีกฝั่งละ 10 หลุม สร้างกำแพงด้านหลังสุดที่วัด
 
คุณพ่อวรยุทธ  กิจบำรุง  ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ค.ศ. 2013-2015
 
ปี ค.ศ. 2013 เป็นครั้งแรกที่มีคุณพ่อปลัด คือคุณพ่อสเตนเฟน วุฒิไกร ชินทร์นลัย  
 
คริสต์มาส ปี ค.ศ. 2013 ได้ประดับไฟที่หอระฆังและแก้ไฟกางเขนทั้งหอ ไฟกระพริบประมาณ 5 หมื่นบาท
 
ทำโดมโรงเรียนกันนกพิราบเกาะอาศัย ติดตาข่าย ไม้ตีตะปูพาดอุดรูตามเซ็ตลอนสังกะสี (เมทัล ชีท) กับหลังคาเหล็ก ใช้รถกระเช้า 2-3 คันช่วย รวมเป็นเงิน 1 แสนบาท 
 
ปรับปรุงถ้ำแม่พระให้ดูสวยงาม ระบบไฟฟ้า น้ำตก และแก้ปัญหาน้ำซึม 
 
คุณพ่อวรยุทธ กิจบำรุง ไปศึกษาต่อที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2014 และแต่งตั้งให้คุณพ่อวุฒิไกร ชินทร์นลัย รักษาการแทนเจ้าอาวาส
 
คุณพ่อสมพร  เส็งเจริญ  ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ค.ศ. 2015-ปัจจุบัน
 
จากหนังสืออนุสรณ์
 เปิด-เสกวัดนักบุญอันเดร บางภาษี นครปฐม 
วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002