ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


งานฉลองพระแม่เจ้า อาสนวิหารอัสสัมชัญ วันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1949

 

 
งานฉลองพระแม่เจ้า อาสนวิหารอัสสัมชัญ
 
โดยพระสังฆราช หลุยส์ โชแรง ประมุขมิสซังกรุงเทพฯ

Read more...

History

ประวัติสมเด็จพระสันตะปาปา
ในพระศาสนจักรคาทอลิก


สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14  


ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา


ชีวประวัติพระสังฆราช
 


ประวัติพระสงฆ์คณะมิสซัง
ต่างประเทศแห่งกรุงปารีส

 MEP. มีชีวิตอยู่
MEP. มรณะ


ลิงค์คาทอลิก

วันนี้ในอดีต

7 สิงหาคม พ.ศ.2463 : วันสิ้นพระชนม์ของพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายรพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย สิ้นพระชนม์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 14 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กับเจ้าจอมมารดาตลับ ทรงเป็นต้นตระกูล "รพีพัฒน์" ประสูติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2417 ทรงเป็นพระราชโอรสรุ่นแรกที่เสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเมื่อปี 2428 ร่วมกับ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ (พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์), กรมหลวงปราจิณกิติบดี (พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม) และ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช (พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช) ทรงเข้าศึกษาชั้นมัธยมในกรุงลอนดอนเป็นเวลา 3 ปี ก่อนสอบเข้าเรียนนิติศาสตร์ที่สำนักไครส์เชิช มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ตั้งแต่พระชันษาเพียง 18 ปี และเรียนจบได้เกียรตินิยมภายในเวลา 3 ปี หลังจากนั้นพระองค์จึงกลับมาทำงานที่เมืองไทย โดยทรงเริ่มรับราชการในสำนักราชเลขาธิการ และได้รับแต่งตั้งให้เป็นองคมนตรี ทรงประกอบพระกรณียกิจที่เป็นคุณประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อวงการกฎหมายไทยและศาลสถิตยุติธรรม ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ทรงปรับปรุงศาลยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทรงจัดตั้งศาลมณฑลและศาลจังหวัดทั่วประเทศ ทรงเป็นประธานกรรมการตรวจชำระกฎหมาย ประมวลขึ้นเป็น "กฎหมายอาญาฉบับ ร.ศ. 127" (พ.ศ. 2451) ทรงรวบรวมและแต่งตำราคำอธิบายกฎหมายลักษณะต่างๆ มากมาย ทรงตั้ง "โรงเรียนกฎหมาย" เปิดสอนวิชากฎหมาย โดยทรงสอนวิชากฎหมายด้วยพระองค์เอง ทรงเป็นกรรมการตรวจตัดสินความฎีกาซึ่งเทียบได้กับศาลฎีกาในปัจจุบัน ในปี 2443 ทรงตั้งกองพิมพ์ลายมือขึ้น สำหรับตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาในคดีอาญา และทรงดำรงตำแหน่ง ขณะดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ ได้ทรงประชวรด้วยพระวัณโรคที่พระวักกะ จึงได้เสด็จไปรักษาพระองค์ที่ กรุงปรารีส ประเทศฝรั่งเศส และสิ้นพระชนม์ที่นั่น รวมพระชนมายุได้ 47 พรรษา ภายหลังทรงได้รับการยกย่องเป็น "พระบิดาแห่งกฎหมายไทย" และนักกฎหมายต่างถือกันว่าวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปีเป็น "วันรพี"