ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


History

ประวัติสมเด็จพระสันตะปาปา
ในพระศาสนจักรคาทอลิก


สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14  


ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา


ชีวประวัติพระสังฆราช
 


ประวัติพระสงฆ์คณะมิสซัง
ต่างประเทศแห่งกรุงปารีส

 MEP. มีชีวิตอยู่
MEP. มรณะ


ลิงค์คาทอลิก

วันนี้ในอดีต

29 มิถุนายน พ.ศ.2481:เรือดำน้ำชุดแรกที่รัฐบาลไทยสั่งจากประเทศญี่ปุ่นเดินทางมาถึงประเทศไทย
เรือหลวงสินสมุทร, เรือหลวงพลายชุมพล, เรือหลวงมัจจาณุ (ลำที่ 2) และ เรือหลวงวิรุณ ซึ่งเป็นเรือดำน้ำชุดแรกที่รัฐบาลไทยสั่งต่อมาจากประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมาถึงประเทศไทย เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำต่อที่อู่ต่อเรือ บริษัท มิตซูบิชิ ที่เมืองโกเบ เมื่อปี 2479 ในสนนราคาลำละ 882,000 บาท วางกระดูกงูและปล่อยลงน้ำไล่เลี่ยกันคือระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2479 หลังจากมาถึงประเทศไทย ก็ได้ขึ้นระวางประจำการพร้อมกันคือวันที่ 19 กรกฎาคม 2481 และปลดระวางประจำการพร้อมกันคือวันที่ 30 พฤศจิกายน 2494 เมื่อครั้งกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส หลังจาก เรือหลวงธนบุรี และ เรือตอร์ปิโด ถูกเรือฝรั่งเศสยิงจมแล้ว เรือหลวงมัจฉาณุ เรือหลวงวิรุณ เรือหลวงสินสมุทร และเรือหลวงพลายชุมพล ได้ไปลาดตระเวนเป็น 4 แนวอยู่หน้าบริเวณฐานทัพเรือเรียมของอินโดจีนฝรั่งเศส ใช้เวลาดำอยู่ใต้น้ำทั้งสิ้นลำละ 12 ชั่วโมง ขึ้นไปนับเป็นการดำที่นานที่สุด ตั้งแต่ได้เริ่มมีหมวดเรือดำน้ำมาจนกระทั่งได้ถูกยุบเลิกไป ปัจจุบันเรือหลวงมัจฉานุได้ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ

29 มิถุนายน พ.ศ.2445 : รัชกาลที่ 5 ประกาศใช้พระราชบัญญัติธนบัตร ร.ศ. 121
ระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประกาศใช้ พระราชบัญญัติธนบัตร ร.ศ. 121 เนื่องจากการค้าขายในพระราชอาณาจักรเริ่มเจริญขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อความสะดวกของประชาชน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดพิมพ์ธนบัตรขึ้นเพื่อความสะดวกในการใช้จ่าย ตรวจตรา และการพกพา ธนบัตรรุ่นแรกได้ว่าจ้างบริษัทโทมัส เดอ ลา รู (The De La Rue Company Limited) ของอังกฤษจัดพิมพ์ เรียกว่า "ธนบัตรแบบ ที่ 1" เป็นธนบัตรชนิดพิมพ์หน้าเดียว ออกใช้ครั้งแรกตามประกาศเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ลงวันที่ 7 กันยายน 2445 มีทั้งหมด 5 ชนิดราคา คือ 5 บาท, 10 บาท, 20 บาท, 100 บาท และ 1,000 บาท จนกระทั่งปี 2512 ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งโรงพิมพ์ธนบัตรจึงเริ่มพิมพ์ธนบัตรใช้เองภายในประเทศ และดำเนินการมาจนปัจจุบันนี้ ทั้งนี้การจัดทำและนำธนบัตรออกใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของธนาคารแห่งประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว การออกใช้ธนบัตรจะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือ ต้องมีทุนสำรองเงินตราหนุนหลังเต็มมูลค่าของธนบัตรออกใช้เสมอ

29 มิถุนายน พ.ศ.2424 : วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
วันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระโอรสองค์ที่ 33 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ สมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ทรงเป็นต้นราชสกุล บริพัตร ทรงศึกษาชั้นต้นที่พระตำหนักสวนกุหลาบ เมื่อทรงพระเจริญวัยมีพระชนมยุได้ 13 พรรษา ได้เสด็จไปทรงศึกษาต่อที่ประทศอังกฤษ แล้วย้ายไปศึกษาวิชาทหารที่ประเทศเยอรมัน และใช้เวลาส่วนพระองค์ศึกษาวิชาด้านประสานเสียงและการประพันธ์เพลงก่อนการเสด็จกลับประเทศไทย เมื่อเสด็จกลับจากยุโรปทรงเริ่มรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งเสนาะการทหารบก เมื่อปี 2446 ขณะพระชนมายุเพียง 23 พรรษา ทรงสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้แก่กิจการที่ทางด้านการทหาร การปกครอง การสาธารณสุข การศึกษา ทรงวางรากฐานความเจริญของกองทัพเรือไทย กองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ขณะดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ได้เปลี่ยนชื่อ "กรมอากาศยานทหารบก" เป็น "กรมอากาศยาน" ทรงจัดหาเครื่องบินไว้ใช้ในราชการเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นอันมาก จัดให้มีการแสดงการบิน มีการสร้างเครื่องบินขึ้นใช้เอง จัดตั้งกองบินต่างๆ สร้างสนามบินในต่างจังหวัด เปิดสายการบินไปรษณีย์ทางอากาศไปต่างจังหวัดทำการบินไปเจริญสัมพันธไมตรีอวดธงในต่างประเทศ และเชิญชวนประชาชนที่มีความนิยมศรัทธาบริจาคทร้พย์ซื้อเครื่องบินมาใช้ราชการได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังทรงพระปรีชาสามารถในงานดนตรี ทรงพระนิพนธ์เพลงไทย เพลงฝรั่ง และเพลงไทยเดิมไว้จำนวนมาก เช่น วอทซ์ปลื้มจิต, วอทซ์ชุมพล, สุดเสนาะ, เพลงมหาฤกษ์, เพลงมหาโศก ฯลฯ กระทั่งทรงได้รับการขนานพระนามเป็น "พระบิดาแห่งเพลงไทยเดิม" ในปี 2474 สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคไตและพระหทัย ณ ตำนักประเสบัน เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2487 รวมพระชนมายุได้ 63 ชันษา