ประวัติความเป็นมาหอจดหมายเหตุ

สืบค้นเอกสารหอจดหมายเหตุ

ห้องหนังสือ


History

ประวัติสมเด็จพระสันตะปาปา
ในพระศาสนจักรคาทอลิก


สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14  


ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา


ชีวประวัติพระสังฆราช
 


ประวัติพระสงฆ์คณะมิสซัง
ต่างประเทศแห่งกรุงปารีส

 MEP. มีชีวิตอยู่
MEP. มรณะ


ลิงค์คาทอลิก

History of the Church

ประวัติวัดในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ    

ตารางเวลามิสซาของวัด


ฉลองวัดบ้านเซเวียร์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม เวลา 10.00 น.
โดย คุณพ่ออาร์ตตูโร โซซา เป็นประธาน
 

วันนี้ในอดีต

2 กรกฎาคม พ.ศ.2321 : ฌอง-ฌาค รุสโซ นักปรัชญาสังคมชาวสวิสเสียชีวิต
ฌอง-ฌาค รุสโซ (Jean-Jacques Rousseau) นักปรัชญาสังคมชาวสวิส ผู้มีอิทธิพลต่อการ ปฏิวัติฝรั่งเศส (French Revolution) ผู้นำคนสำคัญแห่งยุคแสงสว่างทางปัญญา (Enligntenment) เสียชีวิตรุสโซเกิดที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2255 มารดาเสียชีวิตหลังจากคลอดเขาได้เพียง 9 วัน บิดาเป็นช่างนาฬิกาที่ไม่ประสบความสำเร็จ ตอนอายุ 6 ขวบ พ่อของเขาติดคุก จึงต้องไปอยู่กับลุง เขาหัดอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กและเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตอนอายุ 16 ปีออกจากเจนีวา เดินทางท่องเที่ยวและหางานทำไปเรื่อยๆ จนได้เป็นผู้ช่วยทูต ในปี 2293 เขาตีพิมพ์หนังสือ Discourse on the Arts and Sciences ซึ่งประสบความสำเร็จและสร้างชื่อให้เขาอย่างมาก อีกสิบเอ็ดปีต่อมาก็ตีพิมพ์นิยายเรื่องแรก Julie, ou la nouvelle Heloise (The New Heloise) จากนั้นก็มีผลงานออกมาเสมอทั้งหนังสือวิชาการและนิยาย ผลงานที่มีชื่อเสียงได้แก่ The Social Contract, or Principles of Political of political Right และ The Confessions of Jean-Jacques Rousseau รุสโซเชื่อว่า ธรรมชาติของมนุษย์เป็นคนดี แต่สังคมทำให้มนุษย์แปดเปื้อน และมนุษย์มีเสรีภาพตามธรรมชาติโดยไม่จำกัด แต่เมื่อมนุษย์รวมตัวเป็นสังคมจึงต้องมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพบางส่วนโดยาการทำ "สัญญาประชาคม" (The Social Contract) เพื่อไม่ให้เกิดการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของกันและกัน เขากล่าวว่า "มนุษย์เกิดมาพร้อมเสรีภาพ แต่ทุกหนทุกแห่ง เขาต้องอยู่ในเครื่องพันธนาการ" ความคิดรุสโซมีอิทธิพลต่อการปฏิวัติฝรั่งเศส ในปี 2332 และพัฒนาเป็นทฤษฎีสังคมนิยม (socialist theory) และมีส่วนสำคัญของพัฒนาการทางแนวคิด โรแมนติก (Romanticism) ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 19


 2 กรกฎาคม พ.ศ.2476 : ศาลาเฉลิมกรุง เปิดให้บริการเป็นวันแรก
ศาลาเฉลิมกรุง โรงภาพยนตร์และโรงมหรสพที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ในขณะนั้น เปิดให้บริการเป็นวันแรก โดยการฉายภาพยนตร์เรื่อง "มหาภัยใต้ทะเล" ทั้งยังเป็นอาคารที่ใช้ เครื่องปรับอากาศ [ระบบไอน้ำ (Chilled Water System)] แห่งแรกในประเทศไทย ในวันนั้นมีประชาชนไปชุมนุมกันอย่างเนืองแน่นจนการจราจรติดขัดไปทั่ว ทั้งนี้ ในสมัยนั้นทั่วพระนครมีโรงภาพยนตร์อยู่ประมาณ 20 โรง ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก ตัวอาคารเป็นไม้ หลังคามุงสังกะสี มีสภาพเก่าทรุดโทรม ไม่หรูหรา พระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ซึ่งทรงโปรดภาพยนตร์เป็นพิเศษ จึงทรงมีพระราชดำริที่จะให้มีสถานที่มหรสพขนาดใหญ่ ทันสมัยทัดเทียมต่างประเทศสักแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อให้เป็นที่อำนวยความบันเทิงแก่ประชาชนทั่วไปและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของเมืองไทยด้วย สถาปนิกผู้ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างคือ หม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร และ นายนารถ โพธิปราสาท เป็นวิศวกร ใช้สถาปัตยกรรมแบบเรียบง่าย ผสมผสานระหว่างตะวันตกกับไทย รัชกาลที่ 7 ได้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์กว่า 9 ล้านบาทในการก่อสร้าง ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2473 โดยพระราชทานนามว่า "ศาลาเฉลิมกรุง" เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ออกแบบ และเป็นอนุสรณ์แห่งงานฉลองพระนครครบ 150 ปี (ปี 2475) ศาลาเฉลิมกรุงเริ่มต้นด้วยการเป็นแหล่งนัดพบของผู้มีการศึกษา ต่อมาเมื่อภาพยนตร์ไทยได้รับความนิยม ศาลาเฉลิมกรุง จึงเปลี่ยนบทบาทมาเป็นศูนย์กลางของความบันเทิงและเป็นแหล่งรวมศิลปินนานาแขนงไว้ที่นี่ ทั้งยังส่งผลให้พื้นที่โดยรอบเกิดการ พัฒนาแปรสภาพเป็นย่านธุรกิจการค้าสำคัญมากมายอีกด้วย เมื่อแหล่งบันเทิงสมัยใหม่ๆ เริ่มเกิดขึ้นมากมายราวดอกเห็ด ประจวบกับกระแสสังคมเปลี่ยนผัน ทำให้ศาลาเฉลิมกรุงต้องหยุดการดำเนินงานชั่วคราวในปี 2536 ปิดปรับปรุงซ่อมแซมและเปิดใหม่อีกครั้งในปี 2538 ปัจจุบัน ศาลาเฉลิมกรุงยังคงเปิดดำเนินการอยู่ ภายใต้การบริหารของ บริษัท เฉลิมกรุงมณีทัศน์ จำกัด มิได้ฉายภาพยนตร์เหมือนโรงภาพยนตร์ทั่วไปในยุคปัจจุบัน แต่ถูกยกระดับให้เป็นโรงมหรสพแห่งชาติ จัดฉายภาพยนตร์และเปิดการแสดงมหรสพสำคัญๆ ในโอกาสต่างๆ


2 กรกฎาคม พ.ศ.2420 : วันเกิด แฮร์มัน เฮสเส กวีชาวเยอรมัน
วันเกิด แฮร์มัน เฮสเส (hermann Hesse) (2420-2505) กวีชาวเยอรมัน หนึ่งในนักเขียนวรรณกรรมร่วมสมัยผู้ยิ่งใหญ่ เขาได้รับรางวัลโนเบล เมื่อ พ.ศ. 2489 ผลงานของเขาหลายเล่ม เช่น สิทธารถะ สเตปเปนวูฟล์ และอื่นๆ ได้รับความนิยมจากหลายประเทศ รวมแล้วกว่า ๘๐ ล้านเล่ม