2. คุณพ่อมัทธิอัส บุญธรรม

 
คุณพ่อมัทธิอัส อลอยซิอุส บุญธรรม
 
ประวัติพอสังเขป:
• ปี ค.ศ.1851  เกิดที่กรุงเทพฯ  เป็นสัตบุรุษวัดแม่พระลูกประคำ กาลหว่าร์
• 15 เมษายน ค.ศ. 1883         บวชเป็นพระสงฆ์ ที่วัดอัสสัมชัญ โดยพระสังฆรา่ชยัง หลุยส์ เวย์
• ปี ค.ศ.1883 - 1885             เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระนามกรพระเยซู  บ้านแป้ง
• ปี ค.ศ.1885 - 1894             ช่วยงานที่บ้านเณรพระหฤทัย บางช้าง
• ปี ค.ศ.1895 - 1900             เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระนามกรเยซู บ้านแป้ง
• ปี ค.ศ.1898                       เป็นอาจารย์สอนที่บ้านเณรพระหฤทัย บางช้าง
• ปี ค.ศ.1900 - 1936             เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวา่สวัดแม่พระลูกประคำ กาลหว่าร์
• ปี ค.ศ.1900 - 1903             ช่วยงานที่วัดพระวิสุทธิวงส์ ลำไทร 
• ปี ค.ศ.1902 - 1904             ช่วยงานที่วัดอัครเทวดาราฟาแอล ปากน้ำ
• ปี ค.ศ.1919 - 1935             ช่วยงานที่วัดดวงหทัยนิรมลของแม่พระปากลัด
• 29 มิถุนายน ค.ศ.1936          มรณะ ที่วัดแม่พระลูกประคำ กาลหว่าร์ ทำพิธีปลงศพ
                                         และฝังที่วัดแม่พระลูกประคำ กาลหว่าร์ กรุงเทพฯ
ในรายงานประจำปี ค.ศ. 1933 พระสังฆราชแปร์รอส บันทึกว่า:
       ประวัติมิสซังของเราได้บันทึกวันฉลองครบรอบ 50 ปี  ที่บวชเป็นพระสงฆ์ของคุณพ่อมัทธิอัส บุญธรรม ผู้อาวุโสที่สุดในบรรดาพระสงฆ์พื้นเมืองของเรา งานสุวรรณสมโภชของท่านนั้นทำอย่างเป็นการภายในที่สุด เพราะคุณพ่อสุขภาพไม่สู้ดีนัก” 
ส่วนในรายงาประจำปี ค.ศ.1936 พระสังฆราชรายงานว่า:
      “ปีนี้ เราสูญเสียพระสงฆ์พื้นเมืองผู้สูงอายุไปองค์หนึ่ง คือ คุณพ่อมัทธิอัส บุญธรรม ผู้ซึ่งมีอายุ 58 ปี  และเป็นพระสงฆ์ถึง 53 ปี. คุณพ่อเกิดจากพ่อแม่คนต่างศาสนา และได้รับการเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กๆ จากหญิงคริสตังใจศรัทธาคนหนึ่ง ผู้ซึ่งจัดการให้เขารับศีลล้างบาป  ต่อมานางก็มอบเด็กน้อย อาลอยซิอุส บุญธรรม ให้มิสชันนารีคนหนึ่งดูแลต่อไป  เมื่อมิสชันนารีองค์นี้เห็นว่าเด็กน้อยมีความศรัทธา และมีคุณลักษณะดี จึงสอนภาษาลาตินให้ และส่งเขาไปเรียนที่วิทยาลัยกลาง ณ ปีนัง 
     เมื่อสามเณรผู้นี้เรียนปรัชญาและเทวศาสตร์จบแล้ว ก็กลับมาทดลองฝึกงานและรับศีลบวชที่กรุงสยาม  รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์แล้วก็เปลี่ยนชื่อเป็น มัทธิอัส ระหว่างเป็นพระสงฆ์  ท่านได้รับหน้าที่ดูแลกลุ่มคริสตังหลายกลุ่ม บางครั้งก็ยากลำบาก ท่านเคยเป็นอาจารย์สอนที่สามเณราลัยเล็กที่บางช้างอยู่หลายปี แล้วเป็นผู้ช่วยดูแลกลุ่มคริสตังใหญ่ที่วัดกาลหว่าร์ในกรุงเทพฯ ที่ซึ่งท่าจะอยู่นานกว่า 30 ปี 
       คุณพ่อเป็นแบบอย่างสำหรับทุกคนที่รู้จักท่านในด้านความศรัทธาอันหาที่ติมิได้ และด้านความร้อนรนในการถวายสิริรุ่งโรจน์แด่พระเป็นเจ้า อีกทั้งในการช่วยวิญญาณให้รอดด้วย ท่านยอมทนทุกข์ทรมานด้วยความเสียสละในช่วง 10 ปี สุดท้ายของชีวิต
      นี่คือชีวิตสงฆ์ที่สมควรได้รับรางวัลพิเศสในสวรรค์